สวัสดีครับ ขอต้อนรับสู่แฟ้มสะสมงานออนไลน์ และเรื่องเล่าประสบการณ์ต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิต เพื่อเก็บไว้เป็นความจรงจำ และไว้สำหรับบอกเล่าเรื่องราวที่ได้พบเจอในแต่ละวันเวลาที่ผ่านพ้นไป ปกติเป็นคนไม่ค่อยยิ้มหรือไม่ก็ยิ้มในใจ เลยหารูปนี้มา คงเป็นไม่กีภาพในชีวิต ที่ได้เห็นรอยยิ้มของตัวเอง เมื่อผ่านพ้นวัยที่เป็นนักเรียนมาแล้ว และพบเจอเรื่องราวต่างๆในชีวิต รู้สึกเลยว่าตัวเองลืมยิ้มไป แต่คงมีสักวันที่ต้องกลับกลายไปเป็นเด็กอีกครั้ง เมื่อเราย่างเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ (555) ปัจจุบันอาจจะเป็นคนจริงจังกับเรื่องราวในชีวิตมากไป เลยยิ้มไม่ออก แต่เป็นคนสนุกสนานครับ ขี้เล่น เพลงที่กำลังเล่นอยู่นี้เป็นเพลงที่ชอบมาก(ต้องเปิดลำโพงนะครับ) ชื่อเพลง Strong Enough เป็นเพลงแรกที่ทำให้เริ่มฟังสากลมาเป็นตั้งแต่นั้น เพราะฟังแล้วทำให้รู้สึกมีกำลังใจ (Power) ทั้งๆที่บางเพลงก็ไม่เข้าใจเนื้อหาหรอกครับ และก็ไม่ได้เวอร์ที่ชอบฟังเพลงสากล เพราะฟังแล้วทำให้ผมมีกำลังใจจริงๆ ครับ สำหรับเพลงนี้มีเนื้อหาเศร้าที่แสดงความรู้สึกในสิ่งหรือคนที่ไม่อยากให้เดินจากเราไป แต่ทำนองเพลงและดนตรีฟังแล้วรู้สึกให้กำลังใจ มีพลังที่จะทำอะไรต่อมิอะไรครับ ความสูญเสียทุกคนก็ต้องพบเจอในชีวิต หรือแม้กระทั่งปัญหาที่ผ่านเข้ามาในชีวิต มันอาจทำให้เราหมดกำลังใจ แต่จงคิดเสียเถิดว่า ความสูญเสียเหล่านั้น ปัญหาเหล่านั้น เป็นบทเรียนชีวิตที่สอนให้เราเกิดการเรียนรู้และเกิดปัญญา เพื่อที่จะได้เรียนรู้มันและใช้มันเป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตต่อไปจนกว่าจะถึงเวลาของมัน และกว่าจะถึงวันนั้นเราก็ต้องใช้ชีวิตให้คุ้มค้า ทำชีวิตให้มีความสุข โดยที่ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ก็ถือได้ว่าเราเกิดมาเป็นคนคุ้มแล้วในชาตินี้  “มันก็แค่ธรรมดาของชีวิต หากเข้าใจธรรมชาติของชีวิต ก็จะรู้ว่ามันก็แค่เรื่องธรรมดา”

ความสุข 365 วัน “ทุกวันสามารถเป็นวันแห่งความสุขของเราได้ เพียงเปิดรับประสบการณ์ปกติในมุมมองใหม่ๆ อย่างจินตนาการ สร้างสรรค์ และแบ่งปันความสุขนี้ไปยังคนรอบๆ ข้าง” ขอให้ทุกคนที่ผ่านเข้ามา มีความสุขทุกวันครับ (อ่านเรื่องราวของผมต่อครับ)

แรงบันดาลใจ ที่ทำให้เขียนเว็บบล็อกเกี่ยวกับเรื่องราวประสบการณ์ในชีวิตและแฟ้มสะสมงานออนไลน์ เกิดขึ้นจากความว่างเปล่าของชีวิต ช่วงระยะเวลาหนึ่งและเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตที่ล้วนแต่เป็นเรื่องจริง มิใช่ละครหรือภาพยนต์เรื่องยาวแต่อย่างใด และด้วยสาเหตุที่เป็นคน สนใจเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นกับโลก offline และ online และความไม่เข้าในบางสิ่งบางอย่างในโลกปัจจุบันนี้ ซึ่งดูเหมือนว่ามันจะแคบลงทุกวัน ด้วยเพราะเป็นคนชอบจินตนาการ สร้างสรรค์ มีโลกส่วนตัวสูง เลยทำให้ชอบที่จะเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีเพราะสามารถเนรมิตและค้นหาคำตอบที่บางครั้งมนุษย์ยากที่จะเข้าใจ (ว่าไปงั้น สงสัยจะเพี้ยนแล้วเรา 555)และก็เป็นคนสนใจในเรื่อง “ชีวิตเพื่อการเรียนรู้” (Life for Learn) ศัพท์นี้คิดเองไม่ได้เอามาจากไหน เบื่อกับการลอกเลียนแบบคนอื่น และยึดติดกับคำพูดนักวิชาการ ที่บัญญัติขึ้นมา อยากคิดเอง ทำเองบ้าง หากมัวแต่ตามคนอื่นตลอด แล้วชีวิตนี้เมื่อไหร่จะเป็นตัวของเรา เชื่อเถอะว่าไม่มีอะไรผิด เพราะทุกคนเกิดมาก็เพื่อเรียนรู้ ขอแค่อย่าทำให้ผู้อื่นเดือนร้อน life for learn   ก็หมายถึง การใช้ชีวิตที่มีอยู่ในปัจจุบันให้มีคุณค่า และเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตอย่างสงบสุข ผมเลี่ยงที่จะใช้คำว่า “ความสุข” แล้ว เพราะความสุข เป็นสิ่งที่มนุษย์ธรรมดาอย่างเรา (เหาะไม่ได้) ต้องการไขว่คว่ามันและเมื่อได้มันมาเวลา ก็ไม่มีใครสามารถครอบครองมันได้ ถ้าทุกมุ่งแต่หาความสุขให้กับตัวเองก็เป็นธรรมดาที่ทุกคนต้องแก่งแย่งกัน เมื่อคนนั้นได้อีกคนก็ต้องเป็นทุกข์ เป็นธรรมดาของธรรมชาติ (สร้างมาแล้ว) แต่สุดท้ายผมก็ยังแสวงหาความสุขอยู่ ซึ่งส่วนหนึ่งของชีวิตนอการการเรียนก็คือการทำงาน ฉะนั้นจะทำยังไงให้งานที่เราทำเกิดประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อแลกกับการมีชีวิตอยู่ อย่างมีความสุข นั้นคือ ต้องทำงานด้วยใจ ทำงานด้วยความรัก รักที่จะทำงาน และสิ่งที่ทำทั้งหมดในชีวิต ก็จะทำให้เรามีความสุข อย่างที่บอก ในชีวิตก็มีทั้งความสุข และความทุกข์ หากจะมีความสุข ก็ต้องเจอความทุกก่อนเสมอ ในทางตรงข้าม คนที่เจอความทุกข์ก็แสดงว่าก่อนหน้านี้มีความสุขมาก่อน นั่นก็เป็นธรรมดาของชีวิต ฉะนั้นก็ขอให้ทำใจ มีความสุขกับการเจอความทุกข์และความสุขสลับกันนะครับโดยส่วนตัวและภาระหน้าที่แล้วผมทำงานมีชีวิตอยู่กับหน้าคอมพิวเตอร์ซะส่วนใหญ่ครับ ก็เลยมี Blog เพื่อได้ระบายความรู้สึก และบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต และเรื่องราวทั้งหมดในชีวิตก็เป็นเพียงเรื่องที่สมมุติขึ้น ก็ไม่แปลกที่จะบอกเล่าสู่สาธารณะ และตัวเองก็จะได้เก็บไว้เป็นความทรงจำตลอดไป หากมีคนอื่่นเข้ามาอ่านอาจมีบ้างที่ความคิดแตกต่างกัน แต่ยังไงก็ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนที่ผ่านเข้ามาครับผม

ในเรื่องของ Social Network ผมมองว่าเป็นเทคโนโลยีที่แพร่กระจายรวดเร็วมาก และก็ทดลองใช้เทคโนโลยีดังกล่าวมาหลายตัว เนื่องจากต้องเรียนรู้เพื่อแนะนำนักเรียน ในการนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน ยกต้วอย่าง facebook ก็เคยใช้มาตั้งแต่ยังไม่เป็นที่นิยมในประเทศไทย (จำความได้ตอนนั้นไปเรียนภาษาที่นิวซีแลน์ เห็นสถาบันสอนภาษาที่นั่นเค้าเริ่มทำ Facebook แต่ที่ประเทศไทยยังไม่เป็นที่นิยม ถ้าเป็นตอนนี้ ก็สนุกน่าดู เพราะจะได้ถ่ายรูปโพสกันทุกวินาทีแน่เลย) โดยนำมาใช้ในการเรียนการสอนในหลักสูตรระยะหนึ่ง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เหมาะการเชื่อมโยงผู้คนและสิ่งต่างๆ ทั่วโลก จนบางครั้งทำให้เราปิดกั้นการเป็นตัวตนของเราไม่อยู่ ทุกคนสามารถรับรู้เรื่องราวเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันของเราได้อย่างรวดเร็วน่าอัศจรรย์ ซึ่งผมเลยใช้คำว่า “บ่นออนไลน์” สำหรับการใช้งาน facebook บางครั้งก็เหมือนการใช้เวลาว่างอย่างไรประโยชน์ เลยตัดสินใจทำบล็อกเรื่องราวตัวเองเสียแล้วเรื่อง ผมว่า facebook มีประโยชน์มากมายอยู่ที่การประยุกต์ใช้ และใช้ได้ดีอย่างมากกับการประชาสัมพันธ์ข่าวสารโฆษณาต่างๆขององค์กรและผู้คนที่ใช้อย่างสร้างสรรค์เกิดประโยชน์ในสังคมออนไลน์ ในการเขียนบล็อก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Social Network อย่างน้อยที่สุดเราได้เริ่มที่จะเขียนครับ การเขียนทำให้เกิดความคิดอย่างเป็นขั้นตอน ลำดับขั้น และสร้างสรรค์ บางครั้งก็เหมือนกับการบ่น ระบายให้อื่นฟัง เพื่อเราได้สบายใจ แล้วก็เป็นพัฒนาการสื่อสารได้อีกทางหนึ่งครับ ซึ่งผมก็ทำเว็บไซต์แหล่งเรียนรู้ไว้สำหรับผู้คนที่สนใจเรื่องราวไอที เขียนเองบ้าง คัดลอกของเค้ามาบ้าง จุดประสงค์เพื่อการเรียนรู้มิได้หวังผลกำไรแต่อย่างใด และเก็บไว้เป็นข้อมูลเมื่อยามที่ต้องการจะใช้งานบางทีก็ลืม จำไม่ได้ก็สามารถสืบค้นอย่างรวดเร็วและทำให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานด้วย

จากคนที่ไม่กล้าพูด ไม่กล้าแสดงออก และเก็บตัว ทำให้ตอนนี้เป็นคนมีตัวตนจริงๆ อยู่ในโลก Online ไปแล้ว ซึ่งก็สามารถสืบค้นได้จาก google แค่พิมพ์ชื่อ Wee.Patthaburee ก็คงปรากฎรายละเอียด และชื่อที่ไปปรากฎอยู่ตามเว็บไซต์ต่างๆ และไปทำอะไร ที่ไหนไว้บ้าง (หุ หุ ไม่รู้ผลดีหรือผลเสีย ช่างมัน ก็เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตไปแล้ว มีไรต้องเสียอีก 555) รูปร่าง หน้าตา ก็คงได้เห็นกันไปแล้ว ไม่ใช่คนในสังคม หรือดาราที่ไหน คงไม่ต้องแคร์สื่อครับ (555)

การติดต่อ ก็ใช้โทรศัพท์และอีเมล์ แต่สะดวกในการติดต่อทางอีเมล์หรือเว็บไซต์ต่างๆ ที่ผมได้ทำไว้และสามารถส่งข้อความถึงผมได้จากบล็อกนี้ หรือเขียนคอมเม้นต์ก็ได้ครับ ปกติไม่ค่อยชอบคุยโทรศัพท์นานๆ เอาไว้ติดต่อ ธุระ พูดคุยอำนวยความความสะดวก ส่วนการสนทนาออนไลน์ ก็เคยมีใช้ตามกระแสนิยม ปัจจุบันหยุดหมดแล้วครับ เพราะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ปัจจุบันยังไม่พร้อมที่จะออนไลน์ (เนื่องด้วยอายุที่ปาเข้าไปเยอะแล้ว เลยปวดตา เวลาพิมพ์เมื่อคุยกัน และเหตุผลบางประการที่ทำให้ต้องหยุด)

อุปนิสัย โหอันนี้คุยยาว เพราะอุปนิสัยเปลี่ยนทุกเดือน หลักๆก็เป็นคนเรียบร้อย (จากที่จำความได้) ปัจจุบันเรียบไม่ร้อย ปรับเข้ากับธรรมชาติ มีระเบียบวินัย  ไม่ค่อยชอบพบปะผู้คนมากมาย ชอบความสงบ เรียบง่าย มีโลกส่วนตัวในจินตนาการ (แป๋ว เพี้ยนเปล่าเนี่ย) โลกส่วนตัวของผมก็แค่อยู่กับตัวเอง อยู่กับความคิดของผม แล้วก็แนวคิดของผมเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรแหวกแนวไปกว่านั้นครับ มั่นใจในตัวเองสูง ไม่ชอบกระแสสังคม รักความยุติธรรม ชอบเสียสละ ทุ่มเทในการทำงาน และมุ่งมั่นที่จะทำสิ่งให้สิ่งหนึ่งให้สำเร็จ ชอบคิดและตั้งคำถามในสิ่งที่ทุกคนมองข้าม รับรู้ความรู้สึกของคนอื่นได้เร็วจนบางครั้งก็รู้สึกน้อยใจเอาง่ายๆ เชื่อคนง่าย มองโลกในแง่ดีคิดว่าคนอื่นคงไม่เอาเปรียบเรา ไม่ชอบพูดซ้ำหลายๆครั้ง ชอบพูดให้คิด ชอบทำมากกว่าพูด พูดตรง พูดเร็ว ปากไว เพราะจริงใจไม่อยากอ้อมค้อม ไม่ชอบเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ นิสัยอื่นๆที่ตัวผมเองสามารถบรรยายให้ฟังได้อีกก็เช่น เป็นคนอยู่ไม่นิ่ง ไม่ชอบทำอะไรซ้ำๆ ชอบคิดไม่มีกรอบ (คนส่วนใหญ่พูดแต่ว่าคิดนอกกรอบ ของผมไม่มีกรอบครับ) สรุปนิสัยเดาไม่ถูกครับ..

งานอดิเรก ผมเป็นคนชอบจินตนาการ เลยชอบดูหนังฝรั่งอย่างเดียว เพราะจินตนาการอย่างสร้างสรรค์และได้แง่คิดชีวิตมากมาย บางครั้งก็ทำให้คิดแก้ปัญหาต่างๆ ได้จากการชมภาพยนต์ นอกจากนี้ก็ชอบฟังเพลง (เพลงสากลเท่านั้น ไม่ได้เวอร์หรือไฮโซอะไร แต่เมื่อเจอเหตุการณ์ในชีวิตครั้งหนึ่ง เพลงสากลทำให้ผมมีแรงบันดาลใจและเปลี่ยนแปลงความรู้สึกของผมและรู้สึกมีพลัง เลยฟังเพลงสากลมาตลอดถึงทุกวันนี้) นอกจากนี้เป็นคนรักการอ่าน เพราะการอ่านทำตอบสนองสิ่งที่อยากรู้ได้ และทำให้ได้คำตอบบางอย่าง อีกทั้งฝึกให้มีสมาธิ ทำให้มั่นใจในตัวเอง และเชื่อมั่นในสิ่งที่ตัดสินใจ หนังสือที่ชอบก็เป็นหนังสือเกี่ยวกับเทคโนโลยี งานวิจัย สุขภาพ รถยนต์ และการท่องเที่ยว ชอบการท่องเที่ยว เพราะทำให้ได้รับรู้ประสบการณ์ใหม่ และเพิ่มจินตนาการไม่รู้จบ สถานที่ที่ไม่เคยไปทำให้เกิดการเรียนรู้ และเข้าใจธรรมชาติของชีวิตเพิ่มขึ้น (อ่านหนังสือก็เหมือนกับการอ่านชีวิตของเราเอง)

ความมุ่งหวัง ก็แสวงหาคำตอบในกับชีวิต และใช้ชีวิตให้คุ้มค่ากับที่เกิดมา บนพื้นฐานที่ต้องมีสุขภาพดี ทั้งกายและใจ และทำหน้าที่ที่เป็นอยู่ให้ดีที่สุด ในฐานะลูกของพ่อแม่ น้องของพี่สาว เพื่อนร่วมงาน น้องร่วมงาน พี่ร่วมงาน ศิษย์ของอาจาย์ อาจารย์ของศิษย์ และพลเมืองที่ดีของสังคมโลก และหวังจะได้สัมผัสความรู้สึกที่เป็นสุขอย่างแท้จริง แม้จะเป็นเพียงเสี้ยววินาที
…มีเรื่องราวอีกมากมายในชีวิตผม แต่คงต้องบ่นเพียงแค่นี้ก่อน หากเกริ่นมากกว่านี้ อาจจะรู้จักกันจนไม่อยากจะรับรู้อะไรก็ได้ ก็ขอฝากคำคมที่ได้จากการดูภาพยนต์ไว้ครับ

“เราไม่สามารถควบคุมชีวิตที่เล่นตลกกับเราได้”
(we can’t comtrol the thing life does to us)
“มันเปลี่ยนเราก่อนที่เราจะรู้”
(they are done before you know it)
“พอมันเปลี่ยนเรา”
(and come they are done)
“มันก็ทำให้เราทำอีกอย่างนึง”
(they make you do other thing)
“จนในที่สุดทุกอย่างก็มาขวางเรา”
(until at last everything come between you)
“ไม่ให้เป็นไปอย่างที่เราอยากจะเป็น”
(and the man you wanted to be)

 

แสดงความคิดผ่าน Facebook