<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Wee.Patthaburee</title>
	<atom:link href="http://www.weeonline.in.th/wee4life/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.weeonline.in.th/wee4life</link>
	<description>ก็แค่เรื่องเล่าประสบการณ์ชีวิตและแฟ้มสะสมงาน</description>
	<lastBuildDate>Sun, 20 May 2012 14:51:12 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.2</generator>
		<item>
		<title>ลาป่วย 3 วัน</title>
		<link>http://www.weeonline.in.th/wee4life/?p=1361</link>
		<comments>http://www.weeonline.in.th/wee4life/?p=1361#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 20 May 2012 14:50:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>weerasak</dc:creator>
				<category><![CDATA[ลากิจ ลาป่วย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeonline.in.th/wee4life/?p=1361</guid>
		<description><![CDATA[ลาป่วย 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 16-18 พ.ค. 55 โดยปกติในการทำงานไม่เคยลา โดยเฉพาะลาป่วย เพราะรู้สึกว่าร่างกายแข็งแรงและสามารถเดินทางมาทำการสอนได้ แต่เมื่ออะไรๆ มันเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอายุเปลี่ยน (อายุมากขึ้น) รู้สึกว่า สุขภาพก็ต่างจากเมื่อก่อน เดี่ยวนี้เหนื่อยและเพลียง่ายกว่าเดิม อาจะเป็นเพราะต้องเดินทางและอยู่ในช่วงทำวิจัย ป.เอก ด้วย เลยไม่ค่อยได้พักผ่อน ครั้งนี้มีอาการไม่สามารถไปทำการสอนได้ เนื่องจากปวดศีรษะ อย่างมาก ซึ่งเป็นตั้งแต่ช่วงกำลังจะนอนตอนกลางคืนแล้ว แต่คิดว่านอนพักก็คงหาย และคิดว่าถ้าหยุดพัก 1 วันก็คงอาการทุเรา แต่ปรากฎว่า อาการก็ยังปวดๆ หายๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ช่วงเปิดเทอมใหม่ๆ ก็สะสางงานปกติ บังเอิญอากาศร้อนและโดยฝนตกหนักนิดหน่อย และเข้าห้องออกจากห้องตลอดเวลา ร่างกายอาจปรับอุณภูมิไม่ทัน แต่คิดว่าน่าจะโดนฝนมากกว่า เลยมีอาการปวดศีรษะมาก โดยสรุปสามารถน่าจะมีอยู่ 3 ประเด็นดังนี้ 1. โดนฝน (อันนี้ประมาทคิดว่าไม่เป็นไรฝนตกนิดหน่อย ) 2. ภาวะความเครียด (คงจากคำพูดคนรอบข้าง หรือภาระแร่งรีบการทำงานและเรื่องราวที่ต้องคอยแก้ปัญหา) 3. ขาดการพักผ่อนและใช้สายตามาก (เนื่องจากมีภาระงานมากมายต้องสะสาง นั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานและมีอาการนอนไม่ค่อยหลับ) สรุป [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class=" " src="http://www.siamdara.com/Picture_Column/20091126r2u9300.jpg" alt="" width="300" /><p class="wp-caption-text">ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต</p></div>
<p>ลาป่วย 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 16-18 พ.ค. 55 โดยปกติในการทำงานไม่เคยลา โดยเฉพาะลาป่วย เพราะรู้สึกว่าร่างกายแข็งแรงและสามารถเดินทางมาทำการสอนได้ แต่เมื่ออะไรๆ มันเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอายุเปลี่ยน (อายุมากขึ้น) รู้สึกว่า สุขภาพก็ต่างจากเมื่อก่อน เดี่ยวนี้เหนื่อยและเพลียง่ายกว่าเดิม อาจะเป็นเพราะต้องเดินทางและอยู่ในช่วงทำวิจัย ป.เอก ด้วย เลยไม่ค่อยได้พักผ่อน</p>
<p>ครั้งนี้มีอาการไม่สามารถไปทำการสอนได้ เนื่องจากปวดศีรษะ อย่างมาก ซึ่งเป็นตั้งแต่ช่วงกำลังจะนอนตอนกลางคืนแล้ว แต่คิดว่านอนพักก็คงหาย และคิดว่าถ้าหยุดพัก 1 วันก็คงอาการทุเรา แต่ปรากฎว่า อาการก็ยังปวดๆ หายๆ ซึ่งก่อนหน้านี้ช่วงเปิดเทอมใหม่ๆ ก็สะสางงานปกติ บังเอิญอากาศร้อนและโดยฝนตกหนักนิดหน่อย และเข้าห้องออกจากห้องตลอดเวลา ร่างกายอาจปรับอุณภูมิไม่ทัน แต่คิดว่าน่าจะโดนฝนมากกว่า เลยมีอาการปวดศีรษะมาก โดยสรุปสามารถน่าจะมีอยู่ 3 ประเด็นดังนี้<span id="more-1361"></span></p>
<p><span style="color: #ff6600;">1. โดนฝน (อันนี้ประมาทคิดว่าไม่เป็นไรฝนตกนิดหน่อย )</span></p>
<p><span style="color: #ff6600;">2. ภาวะความเครียด (คงจากคำพูดคนรอบข้าง หรือภาระแร่งรีบการทำงานและเรื่องราวที่ต้องคอยแก้ปัญหา)</span></p>
<p><span style="color: #ff6600;">3. ขาดการพักผ่อนและใช้สายตามาก (เนื่องจากมีภาระงานมากมายต้องสะสาง นั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานและมีอาการนอนไม่ค่อยหลับ)</span></p>
<p><span style="color: #0000ff;">สรุป</span> คือ ต้องรักษาสุขภาพ ไม่ประมาทในการใช้ชีวิต เพราะเมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายก็ต้องพักผ่อน</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.weeonline.in.th/wee4life/?feed=rss2&#038;p=1361</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8216;ซัคเคอร์เบิร์ก&#8217; วิวาห์สาวจีนหลังดูใจ 9 ปี ฉลองมูลค่าเฟซบุ๊กพุ่ง 3 ล้านล้าน</title>
		<link>http://www.weeonline.in.th/wee4life/?p=1358</link>
		<comments>http://www.weeonline.in.th/wee4life/?p=1358#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 20 May 2012 13:15:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>weerasak</dc:creator>
				<category><![CDATA[สนทนาไอที]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeonline.in.th/wee4life/?p=1358</guid>
		<description><![CDATA[มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ควงแฟนสาวชาวจีนสละโสด หลังคบหาดูใจนาน 9 ปี ขณะที่หุ้นไอพีโอของเฟซบุ๊ก ที่เพิ่งเทรดเข้าสู่ตลาด ก็ทำสถิติเป็นบริษัทเทคโนโลยี ที่มีมูลค่าหุ้นสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วยเช่นกัน สำนักข่าวเอ พี รายงานเมื่อ 20 พ.ค. ว่า &#8220;มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก&#8221; ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์สังคมออนไลน์ &#8220;เฟซบุ๊ก&#8221; สละโสดแล้วในวัย 28 ปี ควงคู่แฟนสาวชาวจีน &#8220;พริสซิลา ชาน&#8221;  วัย 27 ปี เข้าพิธีมงคลสมรสแบบเรียบง่ายและเป็นกันเอง ที่เมืองพาโลอัลโต รัฐแคลิฟอร์เนีย หลังคบหาดูใจกันมานาน 9 ปี ทั้งนี้ ซัคเคอร์เบิร์ก และ ชาน พบกันที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด สำหรับพิธีวิวาห์หวานจัดขึ้นที่สวนหลังบ้าน เชิญแขกคนสนิทราว 100 คน ด้านแหล่งข่าวใกล้ชิดเปิดเผยว่า ซัคเคอร์เบิร์ก ออกแบบแหวนแต่งงานเอง และเป็นเพียงแหวนทับทิมเรียบๆ เท่านั้น การแต่งงานครั้งนี้ จัดขึ้นใกล้เคียงกับช่วงเวลาสำคัญของทั้ง 2 โดย ซัคเคอร์เบิร์ก เพิ่งเทรดหุ้นไอพีโอของเฟซบุ๊กสู่ตลาดแนสแดค [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class=" " src="http://jax-cdn.com/sites/default/files/imagecache/superphoto/promo_ZuckerbergMarry.jpg" alt="" width="300" /><p class="wp-caption-text">ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต</p></div>
<p>มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ควงแฟนสาวชาวจีนสละโสด หลังคบหาดูใจนาน 9 ปี ขณะที่หุ้นไอพีโอของเฟซบุ๊ก ที่เพิ่งเทรดเข้าสู่ตลาด ก็ทำสถิติเป็นบริษัทเทคโนโลยี ที่มีมูลค่าหุ้นสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ด้วยเช่นกัน</p>
<p>สำนักข่าวเอ พี รายงานเมื่อ 20 พ.ค. ว่า &#8220;มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก&#8221; ซีอีโอและผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์สังคมออนไลน์ &#8220;เฟซบุ๊ก&#8221; สละโสดแล้วในวัย 28 ปี ควงคู่แฟนสาวชาวจีน &#8220;พริสซิลา ชาน&#8221;  วัย 27 ปี เข้าพิธีมงคลสมรสแบบเรียบง่ายและเป็นกันเอง ที่เมืองพาโลอัลโต รัฐแคลิฟอร์เนีย หลังคบหาดูใจกันมานาน 9 ปี<span id="more-1358"></span><br />
ทั้งนี้ ซัคเคอร์เบิร์ก และ ชาน พบกันที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด สำหรับพิธีวิวาห์หวานจัดขึ้นที่สวนหลังบ้าน เชิญแขกคนสนิทราว 100 คน ด้านแหล่งข่าวใกล้ชิดเปิดเผยว่า ซัคเคอร์เบิร์ก ออกแบบแหวนแต่งงานเอง และเป็นเพียงแหวนทับทิมเรียบๆ เท่านั้น</p>
<p>การแต่งงานครั้งนี้ จัดขึ้นใกล้เคียงกับช่วงเวลาสำคัญของทั้ง 2 โดย ซัคเคอร์เบิร์ก เพิ่งเทรดหุ้นไอพีโอของเฟซบุ๊กสู่ตลาดแนสแดค เมื่อ 18 พ.ค. ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น จำหน่ายหุ้นละ 1,140 บาท และถือเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่มีมูลค่าหุ้นสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ ส่วนตัว ซัคเคอร์เบิร์ก ยังคงถือหุ้นรายใหญ่สุด กำอยู่ในมือ 56 เปอร์เซ็นต์ และเมื่อจำหน่ายสู่สาธารณะอย่างเป็นทางการ มูลค่าบริษัทพุ่งสูงถึง 3.12 ล้านล้านบาท</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 580px"><img src="http://i.huffpost.com/gen/613218/thumbs/o-MARK-ZUCKERBERG-MARRIED-570.jpg?4" alt="" width="570" height="380" /><p class="wp-caption-text">ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต</p></div>
<p>ด้าน ชาน เพิ่งสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยการแพทย์ ที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียเช่นกัน ซึ่งเพื่อนที่มาร่วมงานแต่งครั้งนี้ ก็ถือโอกาสฉลองสำเร็จการศึกษาของเธอด้วย.</p>
<p><span style="color: #888888;">แหล่งข่าวไทยรัฐออนไลน์</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.weeonline.in.th/wee4life/?feed=rss2&#038;p=1358</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คลิปจากกล้อง &#8216;นาซา&#8217; เผยวัตถุลึกลับใกล้ดวงอาทิตย์ เชื่อเป็น &#8216;ยูเอฟโอ&#8217;</title>
		<link>http://www.weeonline.in.th/wee4life/?p=1355</link>
		<comments>http://www.weeonline.in.th/wee4life/?p=1355#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 15 May 2012 12:51:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>weerasak</dc:creator>
				<category><![CDATA[มนุษย์ต่างดาว(UFO)]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeonline.in.th/wee4life/?p=1355</guid>
		<description><![CDATA[กล้องโทรทัศน์นาซา บันทึกภาพวัตถุลึกลับขนาดใหญ่ เชื่อเป็น &#8220;ยูเอฟโอ&#8221; เคลื่อนตัวใกล้ดวงอาทิตย์ สำนัก ข่าวโคเรียเฮรัลด์ และเอเชียนิวส์เน็ตเวิร์ก รายงานเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ว่า เกิดกระแสฮือฮาหลังมีการแพร่คลิปวิดีโอ ที่บันทึกโดยกล้องโทรทัศน์ของหอสังเกตการณ์ดวงอาทิตย์และสุริยมณฑล (โซโฮ) ภายใต้การควบคุมขององค์การการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (นาซา) ที่ปรากฏวัตถุลึกลับใกล้กับดวงอาทิตย์ โดยตีความกันไปว่า เป็น &#8220;อากาศยาน&#8221; ของสิ่งมีชีวิตจากนอกโลก ชมคลิปวิดีโอยูเอฟโอโผล่ใกล้ดวงอาทิตย์ กระแส วิจารณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลให้นาซาต้องลบคลิปวิดีโอดังกล่าวทิ้ง แต่ยังมีมือดีดาวน์โหลดคลิปเก็บไว้ได้ทัน และนำมาเผยแพร่อีกครั้งหนึ่ง ส่วน &#8220;ยูเอฟโอ&#8221; ที่ปรากฏนั้น ลงความเห็นกันว่า มีลักษณะทรงสามเหลี่ยม คาดว่าความยาวโดยประมาณ ยาวกว่า 100,000 กิโลเมตร หรือใหญ่เทียบเท่ากับดาวเสาร์ อย่างไรก็ดี ไม่มีการพิสูจน์หรือยืนยันว่า วัตถุที่ปรากฏเป็นยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาวจริงหรือไม่ อนึ่ง เมื่อ ธ.ค.ปีที่แล้ว เพิ่งพบวัตถุลึกลับขนาดใหญ่ เทียบเท่ากับดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง ปรากฏในจอภาพของนักดาราศาสตร์ ผ่านกล้องเทเลสโคป &#8220;เฮลิโอสเฟียริค อิเมเจอร์-1&#8243; ขององค์การการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ (นาซา) โดยวัตถุดังกล่าวซุ่มซ่อนอยู่ใกล้กับดาวพุธ ขณะที่นักล่าวัตถุลี้ลับจากต่างดาวทั่วโลก ต่างตั้งข้อสังเกตว่าอาจใช่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class=" " src="http://image.zazana.com/images/891511.jpg" alt="" width="300" /><p class="wp-caption-text">ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต</p></div>
<p>กล้องโทรทัศน์นาซา บันทึกภาพวัตถุลึกลับขนาดใหญ่ เชื่อเป็น &#8220;ยูเอฟโอ&#8221; เคลื่อนตัวใกล้ดวงอาทิตย์ สำนัก ข่าวโคเรียเฮรัลด์ และเอเชียนิวส์เน็ตเวิร์ก รายงานเมื่อวันที่ 15 พ.ค. ว่า เกิดกระแสฮือฮาหลังมีการแพร่คลิปวิดีโอ ที่บันทึกโดยกล้องโทรทัศน์ของหอสังเกตการณ์ดวงอาทิตย์และสุริยมณฑล (โซโฮ) ภายใต้การควบคุมขององค์การการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (นาซา) ที่ปรากฏวัตถุลึกลับใกล้กับดวงอาทิตย์ โดยตีความกันไปว่า เป็น &#8220;อากาศยาน&#8221; ของสิ่งมีชีวิตจากนอกโลก<span id="more-1355"></span><br />
<em><br />
ชมคลิปวิดีโอยูเอฟโอโผล่ใกล้ดวงอาทิตย์</em></p>
<p><iframe src="http://www.youtube.com/embed/aTMAzhSN16I?rel=0" frameborder="0" width="560" height="315"></iframe><br />
<em><br />
</em></p>
<p>กระแส วิจารณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลให้นาซาต้องลบคลิปวิดีโอดังกล่าวทิ้ง แต่ยังมีมือดีดาวน์โหลดคลิปเก็บไว้ได้ทัน และนำมาเผยแพร่อีกครั้งหนึ่ง ส่วน &#8220;ยูเอฟโอ&#8221; ที่ปรากฏนั้น ลงความเห็นกันว่า มีลักษณะทรงสามเหลี่ยม คาดว่าความยาวโดยประมาณ ยาวกว่า 100,000 กิโลเมตร หรือใหญ่เทียบเท่ากับดาวเสาร์ อย่างไรก็ดี ไม่มีการพิสูจน์หรือยืนยันว่า วัตถุที่ปรากฏเป็นยานอวกาศของมนุษย์ต่างดาวจริงหรือไม่</p>
<p>อนึ่ง เมื่อ ธ.ค.ปีที่แล้ว เพิ่งพบวัตถุลึกลับขนาดใหญ่ เทียบเท่ากับดาวเคราะห์ดวงหนึ่ง ปรากฏในจอภาพของนักดาราศาสตร์ ผ่านกล้องเทเลสโคป &#8220;เฮลิโอสเฟียริค อิเมเจอร์-1&#8243; ขององค์การการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ (นาซา) โดยวัตถุดังกล่าวซุ่มซ่อนอยู่ใกล้กับดาวพุธ ขณะที่นักล่าวัตถุลี้ลับจากต่างดาวทั่วโลก ต่างตั้งข้อสังเกตว่าอาจใช่ &#8220;ยูเอฟโอ&#8221; ลำโตของมนุษย์ต่างดาวก็เป็นได้.</p>
<div><img src="http://www.thairath.co.th/media/content/2012/05/15/260599/o1/420.jpg" alt="" width="420" /></div>
<p><em>ชมคลิปยูเอฟโอโผล่ใกล้ดาวพุธ</em></p>
<p><iframe src="http://www.youtube.com/embed/6X96xI1gLdQ?rel=0" frameborder="0" width="560" height="315"></iframe></p>
<p><span style="color: #888888;">แหล่งข่าวไทยรัฐออนไลน์</span><em></em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.weeonline.in.th/wee4life/?feed=rss2&#038;p=1355</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จัดอันดับการศึกษาทั่วโลก ปี 2012 ไทย อันดับ 41</title>
		<link>http://www.weeonline.in.th/wee4life/?p=1353</link>
		<comments>http://www.weeonline.in.th/wee4life/?p=1353#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 15 May 2012 09:38:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>weerasak</dc:creator>
				<category><![CDATA[สนทนาการศึกษา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeonline.in.th/wee4life/?p=1353</guid>
		<description><![CDATA[เผยผลการจัดอันดับประเทศที่มีการจัดการคุณภาพการศึกษาขั้นสูงได้ดี สิงคโปร์ ครองอันดับ 1 ของเอเชีย และที่ 11 ของโลก ส่วนไทยอยู่ที่ 8 ของเอเชีย และ 41 ของตาราง&#8230; สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 15 พ.ค. ว่า เครือข่ายมหาวิทยาลัยโลก &#8220;ยูนิเวอร์ซิตาส 21&#8243; เผยผลการจัดอันดับ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (11 พ.ค.) ถึงประเทศที่มีการจัดการคุณภาพการศึกษาขั้นสูงได้ดีทั้งหมด 48 ประเทศ ซึ่งวัดจากหลายด้าน ทั้งการวิจัย บรรยากาศในการเรียนการสอน ผลผลิตทางการศึกษา และครอบคลุมถึงความแตกต่างด้านการพัฒนาทางเศรษฐกิจ โดยอันดับ 1 ของเอเชีย คือ สิงคโปร์ อยู่อันดับที่ 11 ของตาราง ได้คะแนน 74.5 จากคะแนนเต็ม 100 ส่วนอันดับ 1 คือ สหรัฐฯ ได้คะแนนเต็ม 100 ตามด้วย สวีเดน ที่มาเป็นอันดับ 2 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class=" " src="http://www.education-world.co.uk/images/Education-World-NQT%27s.jpg" alt="" width="300" /><p class="wp-caption-text">ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต</p></div>
<p>เผยผลการจัดอันดับประเทศที่มีการจัดการคุณภาพการศึกษาขั้นสูงได้ดี สิงคโปร์ ครองอันดับ 1 ของเอเชีย และที่ 11 ของโลก ส่วนไทยอยู่ที่ 8 ของเอเชีย และ 41 ของตาราง&#8230;</p>
<p>สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 15 พ.ค. ว่า เครือข่ายมหาวิทยาลัยโลก &#8220;ยูนิเวอร์ซิตาส 21&#8243; เผยผลการจัดอันดับ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (11 พ.ค.) ถึงประเทศที่มีการจัดการคุณภาพการศึกษาขั้นสูงได้ดีทั้งหมด 48 ประเทศ ซึ่งวัดจากหลายด้าน ทั้งการวิจัย บรรยากาศในการเรียนการสอน ผลผลิตทางการศึกษา และครอบคลุมถึงความแตกต่างด้านการพัฒนาทางเศรษฐกิจ โดยอันดับ 1 ของเอเชีย คือ สิงคโปร์ อยู่อันดับที่ 11 ของตาราง ได้คะแนน 74.5 จากคะแนนเต็ม 100</p>
<p>ส่วนอันดับ 1 คือ สหรัฐฯ ได้คะแนนเต็ม 100 ตามด้วย สวีเดน ที่มาเป็นอันดับ 2 จาก 83.6 คะแนน อันดับ 3 แคนาดา 82.8 คะแนน อันดับ 4 ฟินแลนด์ 82.0 คะแนน อันดับ 5 เดนมาร์ก 81.0 คะแนน<span id="more-1353"></span><br />
สำหรับ ประเทศต่างๆ ในเอเชีย นอกเหนือจากสิงคโปร์แล้ว ตามด้วยฮ่องกง อยู่อันดับที่ 18 ได้ 68.9 คะแนน ญี่ปุ่น อันดับที่ 20 ได้ 66.1 คะแนน ไต้หวัน อันดับที่ 21 ได้ 62.0 คะแนน เกาหลีใต้ อันดับที่ 22 ได้ 60.2 คะแนน มาเลเซีย อันดับที่ 36 ได้ 50.5 คะแนน จีน อันดับที่ 39 ได้ 48.3 คะแนน ไทย อันดับที่ 41 ได้ 46.6 คะแนน อิหร่าน อันดับที่ 42 ได้ 45.8 คะแนน อินโดนีเซีย อันดับที่ 47 ได้ 37.5 คะแนน และอินเดีย อันดับที่ 48 ได้ 34.4 คะแนน</p>
<p>อันดับทั้งหมดมีดังนี้</p>
<p><span style="color: #000080;">1. สหรัฐอเมริกา 100.0 </span><br />
<span style="color: #000080;">2. สวีเดน 83.6 </span><br />
<span style="color: #000080;">3. แคนาดา 82.8 </span><br />
<span style="color: #000080;">4. ฟินแลนด์ 82.0 </span><br />
<span style="color: #000080;">5. เดนมาร์ก 81.0 </span><br />
<span style="color: #000080;">6. สวิตเซอร์แลนด์ 80.3 </span><br />
<span style="color: #000080;">7. นอร์เวย์ 78.0 </span><br />
<span style="color: #000080;">8. ออสเตรเลีย 77.8 </span><br />
<span style="color: #000080;">9. เนเธอร์แลนด์ 77.4 </span><br />
<span style="color: #000080;">10. สหราชอาณาจักร 76.8 </span></p>
<p><span style="color: #000080;">11. สิงคโปร์ 75.4 </span><br />
<span style="color: #000080;">12. ออสเตรีย 73.8 </span><br />
<span style="color: #000080;">13. เบลเยียม 73.7 </span><br />
<span style="color: #000080;">14. นิวซีแลนด์ 72.5 </span><br />
<span style="color: #000080;">15. ฝรั่งเศส 70.6 </span><br />
<span style="color: #000080;">16. ไอร์แลนด์ 69.5 </span><br />
<span style="color: #000080;">17. เยอรมนี 69.4 </span><br />
<span style="color: #000080;">18. ฮ่องกง 68.9 </span><br />
<span style="color: #000080;">19. อิสราเอล 67.4 </span><br />
<span style="color: #000080;">20. ญี่ปุ่น 66.1 </span></p>
<p><span style="color: #000080;">21. ไต้หวัน 62.0 </span><br />
<span style="color: #000080;">22. เกาหลีใต้ 60.2 </span><br />
<span style="color: #000080;">23. โปรตุเกส 60.1 </span><br />
<span style="color: #000080;">24. สเปน 59.9 </span><br />
<span style="color: #000080;">25. ยูเครน 58.6 </span><br />
<span style="color: #000080;">26. สาธารณรัฐเช็ก 57.9 </span><br />
<span style="color: #000080;">27. โปแลนด์ 56.2 </span><br />
<span style="color: #000080;">28. สโลวีเนีย 55.8 </span><br />
<span style="color: #000080;">29. กรีซ 54.7 </span><br />
<span style="color: #000080;">30. อิตาลี 54.0 </span></p>
<p><span style="color: #000080;">31. บัลแกเรีย 52.5 </span><br />
<span style="color: #000080;">32. รัสเซีย 52.4 </span><br />
<span style="color: #000080;">33. โรมาเนีย 51.3 </span><br />
<span style="color: #000080;">34. ฮังการี 50.8 </span><br />
<span style="color: #000080;">35. สโลวะเกีย 50.6 </span><br />
<span style="color: #000080;">36. มาเลเซีย 50.5 </span><br />
<span style="color: #000080;">37. ชิลี 48.9 </span><br />
<span style="color: #000080;">38. อาร์เจนตินา 48.6 </span><br />
<span style="color: #000080;">39. จีน 48.3 </span><br />
<span style="color: #000080;">40. บราซิล 47.2 </span></p>
<p><span style="color: #000080;">41. ไทย 46.6 </span><br />
<span style="color: #000080;">42. อิหร่าน 45.8 </span><br />
<span style="color: #000080;">43. เม็กซิโก 45.3 </span><br />
<span style="color: #000080;">44. โครเอเชีย 44.9 </span><br />
<span style="color: #000080;">45. ตุรกี 44.4 </span><br />
<span style="color: #000080;">46. แอฟริกาใต้ 43.4 </span><br />
<span style="color: #000080;">47. อินโดนีเซีย 37.5 </span><br />
<span style="color: #000080;">48. อินเดีย 34.4</span></p>
<p><span style="color: #888888;">อ้างอิงจากไทยรัฐออนไลน์</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.weeonline.in.th/wee4life/?feed=rss2&#038;p=1353</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความรัก หรือ?</title>
		<link>http://www.weeonline.in.th/wee4life/?p=1348</link>
		<comments>http://www.weeonline.in.th/wee4life/?p=1348#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 13 May 2012 15:32:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>weerasak</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อคิดสะกิตชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeonline.in.th/wee4life/?p=1348</guid>
		<description><![CDATA[ปกติก็บ่นได้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องราวในชีวิต เพราะอะไรๆก็ไม่ได้มีขีดจำกัด พูดอย่างไรก็ไม่ถูกและก็ไม่ผิด แต่ที่คนส่วนใหญ่ชอบพูดว่าถูก ชอบพูดว่าผิด ก็แค่เอาประสบการณ์และความรู้สึกนึกคิดของตัวเองเป็นเครื่องมือตัดสินใจ ใครๆ ก็เกิดมาครั้งเดียว แล้วใครละที่จะรู้คำตอบจริง (ก็ไม่มี) ฉะนั้นทุกคนก็ต่างเรียนรู้ชีวิตกันทั้งสิ้น กว่าจะรู้ว่าถูกก็ต้องผิดมาก่อน เป็นธรรมดาและธรรมชาติ เพียงแต่จะมีใครเห็นด้วยกับความคิดของเราก็เท่านั้น เหนื่อยและเบื่อความความเชื่อผิด ค่านิยม และขนบธรรมเนียมบางอย่างที่ไม่มีเหตุผล สำหรับผมแล้วสิ่งสำคัญคือให้ทำดีเป็นสิ่งสำคัญ เพราะการเรียนรู้ชีวิตมันไม่มีทฤษฎีหรอก กว่าจะได้เรียนรู้เรื่องราวทั้งหมด ก็จบชีวิตเสียก่อน (บ่นไปเรื่อย&#8230;บางครั้งก็รำคาญตัวเอง) ยังไม่เข้าเรื่องว่าจะบ่นเรื่องความรัก ที่ใครๆ ต่างก็ให้ความสำคัญกับมัน แต่ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับ ความรักของหญิงชายเสียมากกว่า ทั้งๆที่ความรักก็มีหลากหลายความรู้สึก ซึ่งก็เป็นเรื่องลึกซึ้ง ที่ไม่สามารถอธิบายเป็นข้อความได้ แต่คนส่วนใหญ่มองแค่ผิวเผิน สำหรับผมก็ไม่ได้เป็นผู้รู้ในเรื่องราวของความรักหรอก แต่พูดไปเรื่อยๆ ตามประสา และการเขียนบทความในเว็บนี้ก็ไม่ได้ร่างเนื้อหาแต่อย่างใด พิมพ์ไปตามความคิดความรู้ในเวลานั้น เลยมามีพิมพ์ผิดบ้าง ตกหล่นบ้าง เพราะพิมพ์ไม่ทันกับความคิด เอ้า พูดมายังไม่เข้าเรื่องอีก ถ้าพูดเรื่องราวความรัก คงพูดกันจนวันตายแหละครับไม่จบ งั้นก็คงจะมีเรื่องราวของความรักในชีวิต มาเรื่อยๆ หากอยากจะบ่น อันที่จริง &#8220;ความรักเริ่มขึ้น เมื่อคนๆหนึ่งรู้สึกว่า  ความต้องการของอีกคนหนึ่งมีความสำคัญเท่ากันกับของตนเอง&#8221; เวลาอ่านกรุณาอย่านึกถึงตัวเอง ให้นึกถึงสังคมโลกของมนุษย์ส่วนใหญ่ และจะเข้าใจว่า สิ่งที่เราคิดอยู่นั้นอาจมีความแตกต่างจากความคิดของคนอื่นด้วย เพราะแต่ละคนก็มีประสบการณ์แตกต่างกัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft" src="http://a5.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/181878_386968234687007_100001215020384_1139358_519483230_n.jpg" alt="" width="300" height="339" />ปกติก็บ่นได้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องราวในชีวิต เพราะอะไรๆก็ไม่ได้มีขีดจำกัด พูดอย่างไรก็ไม่ถูกและก็ไม่ผิด แต่ที่คนส่วนใหญ่ชอบพูดว่าถูก ชอบพูดว่าผิด ก็แค่เอาประสบการณ์และความรู้สึกนึกคิดของตัวเองเป็นเครื่องมือตัดสินใจ ใครๆ ก็เกิดมาครั้งเดียว แล้วใครละที่จะรู้คำตอบจริง (ก็ไม่มี) ฉะนั้น<span style="color: #ff6600;">ทุกคนก็ต่างเรียนรู้ชีวิตกันทั้งสิ้น</span> กว่าจะรู้ว่าถูกก็ต้องผิดมาก่อน เป็นธรรมดาและธรรมชาติ เพียงแต่จะมีใครเห็นด้วยกับความคิดของเราก็เท่านั้น เหนื่อยและเบื่อความความเชื่อผิด ค่านิยม และขนบธรรมเนียมบางอย่างที่ไม่มีเหตุผล สำหรับผมแล้วสิ่งสำคัญคือให้ทำดีเป็นสิ่งสำคัญ เพราะ<span style="color: #ff6600;">การเรียนรู้ชีวิตมันไม่มีทฤษฎี</span>หรอก กว่าจะได้เรียนรู้เรื่องราวทั้งหมด ก็จบชีวิตเสียก่อน (<span style="color: #999999;">บ่นไปเรื่อย&#8230;บางครั้งก็รำคาญตัวเอง</span>) ยังไม่เข้าเรื่องว่าจะบ่นเรื่องความรัก ที่ใครๆ ต่างก็ให้ความสำคัญกับมัน แต่ส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับ ความรักของหญิงชายเสียมากกว่า ทั้งๆที่ความรักก็มีหลากหลายความรู้สึก ซึ่งก็เป็นเรื่องลึกซึ้ง ที่ไม่สามารถอธิบายเป็นข้อความได้ แต่คนส่วนใหญ่มองแค่ผิวเผิน<br />
สำหรับผมก็ไม่ได้เป็นผู้รู้ในเรื่องราวของความรักหรอก แต่พูดไปเรื่อยๆ ตามประสา และการเขียนบทความในเว็บนี้ก็ไม่ได้ร่างเนื้อหาแต่อย่างใด พิมพ์ไปตามความคิดความรู้ในเวลานั้น เลยมามีพิมพ์ผิดบ้าง ตกหล่นบ้าง เพราะพิมพ์ไม่ทันกับความคิด เอ้า พูดมายังไม่เข้าเรื่องอีก<br />
ถ้าพูดเรื่องราวความรัก คงพูดกันจนวันตายแหละครับไม่จบ งั้นก็คงจะมีเรื่องราวของความรักในชีวิต มาเรื่อยๆ หากอยากจะบ่น อันที่จริง &#8220;<span style="color: #ff0000;">ความรักเริ่มขึ้น เมื่อคนๆหนึ่งรู้สึกว่า  ความต้องการของอีกคนหนึ่งมีความสำคัญเท่ากันกับของตนเอง</span>&#8221; เวลาอ่านกรุณาอย่านึกถึงตัวเอง ให้นึกถึงสังคมโลกของมนุษย์ส่วนใหญ่ และจะเข้าใจว่า สิ่งที่เราคิดอยู่นั้นอาจมีความแตกต่างจากความคิดของคนอื่นด้วย เพราะแต่ละ<span id="more-1348"></span>คนก็มีประสบการณ์แตกต่างกัน แล้วแต่ใครจะแปลผลอย่างไร บางครั้งก็ไปอ่านเจอข้อคิดเรื่องความรัก ก็เอามาเขียนปนๆ กันไป จะได้นำมาวิเคราะห์และคิดว่า เออจริงด้วย และจะได้นำแนวคิดไปดำเนินชีวิต &#8220;<span style="color: #ff0000;">ความสุข ที่สุดในชีวิต คือ ความมั่นใจว่าเราเป็นที่รักของทุกๆคน</span>&#8221; แต่การที่จะทำให้ใครๆ รักคุณนะคิด มันต้องใช้เวลาและความไว้ใจ ซึ่งผมว่ามันก็มีอายุของมัน แต่ถ้าทำให้มันไม่มีวันหมดอายุก็น่าจะดี<br />
บางครั้ง ความรักก็เป็นหน้าที่ &#8220;<span style="color: #ff0000;">หน้าที่แรกของรัก คือ รับฟัง</span>&#8221; โอ้ทำไมความรักมันมีอะไรมากมายที่ต้องทำนี่ (สงสัยหล่าว ..(ภาษาใต้ปนกันบ้าง)) ดังสุภาษิตที่ว่าไว้ &#8220;<span style="color: #ff0000;">ความรักทำให้คนตาบอด</span>&#8221; (<span style="color: #0000ff;">หรือตาบอดที่ไปรักเธอเหรอ..แป๋ว</span>) เพราะเคยเห็นคำคมเกี่ยวกับความรัก ในหัวข้อนี้จากเว็บเยอะมาก แต่อ่านแล้วไม่เข้าใจ ฤาว่าแค่พูดให้สวยหรู &#8220;<span style="color: #ff0000;">ความรักหาใช่ใดอื่น  หากคือการค้นพบตนเองในใจของผู้อื่น</span>&#8221; นั่นก็หมายความว่า มีใจตรงกัน มีความคิดตรงกัน ก็เหมือนกับตัวเราเป็นตัวเขา และตัวเขาเป็นตัวเรา ต่างคนก็ต่างคนหา แต่หากเราค้นพบตัวเราในใจผู้อื่น แล้วผู้อื่นก็เช่นกัน จะค้นพบตัวเขาในใจเราเปล่า? ทำไมไม่คิดตรงกันข้ามบ้าง (สรุปอย่าเพิ่งสรุปใดที่ยังไม่จบเรื่อง เพราะคุณแค่คิดถึงตัวคุณคนเดียว คุณยังไม่คิดถึงคนอื่น) ผมเคยฟังเพลงไทยเพลงหนึ่ง จำไม่ได้เพราะปกติไม่ค่อยฟัง เพราะฟังแล้วเหมือนกับมันยิ่งซ้ำเติมเข้าไปใหญ่ หากเพลงให้กำลังใจอยาก คำพูดในเพลงที่ผู้ชายพูดว่า อะไรนะ อือ&#8230;เหมือนกับว่าอย่างอื่นไม่สนใจ แต่สนใจแต่ว่า ผมรักคุณ ประมาณนี้แหละครับ ผมฟังแล้ว ผมว่า จุดจุดจุด &#8220;<span style="color: #0000ff;">มันเห็นแก่ตัวงะ</span>&#8220;  และก็ใช่ว่าไม่มีใครเห็นแก่ตัว มนุษย์ทุกคนเห็นแก่ตัวครับ เพียงแต่ใครมาน้อยกว่ากัน<br />
ฉะนั้นเรื่องราวความรัก ก็ต้องใช้ ปัญญา &#8220;<span style="color: #ff0000;">วิธีที่จะรักสิ่งใดๆได้  ก็คือ การที่ต้องรับรู้ว่า สักวันหนึ่งเราอาจจะต้องสูญเสียสิ่งนั้นไป</span>&#8220;  โดยปกติ &#8220;<span style="color: #ff0000;">เด็กๆต้องการความรัก  โดยเฉพาะในเวลาที่ทำตัวไม่สมควรที่จะได้รับความรัก</span>&#8221; เห็นไหมว่าธรรมชาติสร้างมาแล้ว แล้วคุณจะโทษใครอีก &#8220;<span style="color: #ff0000;">ความเห็นแก่ตัวในเรื่องความรักที่ทำให้เป็นทุกข์ เกิดจากความคาดหวังที่ไม่ได้ดังหวัง การรักและไม่ได้รับรักตอบ เป็นทุกข์  แต่สิ่งที่ทุกข์ยิ่งกว่า คือการรักใครสักคน  แต่ไม่มีความกล้าพอที่จะบอกให้คนคนนั้นรู้ และต้องมาเสียใจภายหลัง</span>&#8221;<br />
&#8220;<span style="color: #ff0000;">ความ รักคือความรู้สึกที่คุณยังห่วงใยใครสักคนอยู่ แม้จะแยกความ รู้สึก  ความลุ่มหลง และความสัมพันธ์แบบรักใคร่ออกไปแล้ว</span>&#8221; ตอนนี้เริ่มเหนื่อยที่จะพูดเรื่องความรักแล้วครับ บางข้อความก็ไปอ่านเจอมานะ แต่ก็พูดบ่นไปเรื่อยๆ ง่ายๆ รักเป็นได้ทุกอย่าง เพราะรักทำให้สุข และทุกข์ พอๆกัน &#8220;<span style="color: #ff0000;">การมอบความรักทั้งหมดให้ใครสักคนไม่ได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะรักเราตอบ  อย่าหวังที่จะได้รักตอบ แต่จงรอให้มันงอกงามขึ้นในหัวใจเขา  แต่ถ้ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้น  ให้พอใจว่าอย่างน้อยมันก็ได้งอกงามขึ้นในใจของเราเอง</span>&#8221;<br />
ผมคนหนึ่งที่ไม่ได้ประสบความสำเร็จในเรื่องความรัก แต่ก็ไม่ได้ล้มเหลวในเรื่องความรัก แต่ &#8220;<span style="color: #ff0000;">ความรักทำให้ผมได้เรียนรู้ชีวิตอะไรหลายๆอย่าง และถือเป็นประสบการณ์ชีวิตที่เราต้องหาคำตอบ เพื่อให้ดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุข จงขอบใจปัญหาที่ทำให้เราเกิดปัญญา อย่าโทษหรือตำหนิสิ่งใด เพราะทุกคนล้วนแล้วแต่เรียนรู้กันทั้งสิ้น</span>&#8221; (<span style="color: #0000ff;">อันนี้เป็นคำพูดจากความคิดของผมเอง ไม่ถูกไม่ผิดแล้วแต่ประสบการณ์ของใครนะครับ</span>)</p>
<p><span style="color: #ff6600;"><strong>การที่เราจะประทับใจใครสักคนใช้เวลาแค่เพียงนาที</strong></span><br />
<span style="color: #ff6600;"><strong>การที่เราจะชอบใครสักคนใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมง</strong></span><br />
<span style="color: #ff6600;"><strong>การที่เราจะรักใครสักคนใช้เวลาเพียงชั่ววัน</strong></span><br />
<span style="color: #ff6600;"><strong>แต่&#8230;การที่จะลืมใครคนนั้นต้องใช้เวลาชั่วชีวิต.</strong></span></p>
<p style="text-align: right;"><span style="color: #888888;"><em>#Wee.Patthaburee</em></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.weeonline.in.th/wee4life/?feed=rss2&#038;p=1348</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เพื่อนที่ดีที่สุด</title>
		<link>http://www.weeonline.in.th/wee4life/?p=1343</link>
		<comments>http://www.weeonline.in.th/wee4life/?p=1343#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 12 May 2012 14:44:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>weerasak</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อคิดสะกิตชีวิต]]></category>
		<category><![CDATA[เสียงเพลงแห่งชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeonline.in.th/wee4life/?p=1343</guid>
		<description><![CDATA[เพื่อนที่ดีที่สุด  คือ&#8230; คนที่คุณสามารถนั่งอยู่ริมระเบียงด้วยกัน โดยไม่พูดอะไรกันซักคำ แต่&#8230; สามารถเดินจากไป ด้วยความรู้สึกเหมือนได้คุยกันอย่างประทับใจที่สุด&#8230;นั่นก็หมายความว่า บางครั้งการที่เราไม่พูดอะไรเสียเลย ยังดีกว่า พูด แล้วต้องทำให้คนอื่นต้องเสียใจ! #Wee.Patthaburee]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-caption alignnone" style="width: 323px"><img src="http://2.bp.blogspot.com/_1dcMEsiV99U/R4u78zyBimI/AAAAAAAAC-k/sHQJYdMsamc/s320/girls_sea.jpg" alt="" width="313" height="320" /><p class="wp-caption-text">ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต</p></div>
<h2><span style="color: #ff6600;">เพื่อนที่ดีที่สุด  คือ&#8230;<br />
คนที่คุณสามารถนั่งอยู่ริมระเบียงด้วยกัน<br />
โดยไม่พูดอะไรกันซักคำ</span><br />
<span style="color: #ff6600;">แต่&#8230; สามารถเดินจากไป<br />
ด้วยความรู้สึกเหมือนได้คุยกันอย่างประทับใจที่สุด<span id="more-1343"></span></span>&#8230;นั่นก็หมายความว่า</h2>
<p>บางครั้งการที่เราไม่พูดอะไรเสียเลย ยังดีกว่า พูด แล้วต้องทำให้คนอื่นต้องเสียใจ!</p>
<p style="text-align: right;"><em>#Wee.Patthaburee</em></p>
<p><iframe src="http://www.youtube.com/embed/1W-4-XWKsVg?rel=0" frameborder="0" width="420" height="315"></iframe></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.weeonline.in.th/wee4life/?feed=rss2&#038;p=1343</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โลโก้ โครงการ ไอซีที ฟรีไวไฟ</title>
		<link>http://www.weeonline.in.th/wee4life/?p=1338</link>
		<comments>http://www.weeonline.in.th/wee4life/?p=1338#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 10 May 2012 14:19:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>weerasak</dc:creator>
				<category><![CDATA[สนทนาไอที]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeonline.in.th/wee4life/?p=1338</guid>
		<description><![CDATA[ปรับโฉม โลโก้ โครงการ ไอซีที ฟรีไวไฟ จากเดิมสีฟ้าเป็นสีเขียว พร้อมเปลี่ยนเงื่อนไขการเข้าล็อกอินใช้งาน เริ่มใช้อย่างเป็นทางการสิ้นเดือน พ.ค.นี้&#8230; เมื่อวันที่ 9 พ.ค. แหล่งข่าวจาก บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้ ทีโอที อยู่ระหว่างปรับโฉมโลโก้ใหม่ เปลี่ยนโลโก้ Free Wi-Fi ในโครงการ ไอซีทีฟรีไวไฟ จากเดิมสีฟ้าเป็นสีเขียว ของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที โดยจะเริ่มใช้อย่างเป็นทางการในสิ้นเดือน พ.ค.นี้ แหล่งข่าวทีโอที กล่าวต่อว่า ตามโครงการดังกล่าวกระทรวงไอซีทีตั้งเป้าติดตั้งทั้งหมด 1 แสนจุดทั่วประเทศ ภายในปี 2557 หรือ อีก 2 ปี ข้างหน้า ส่วนการปรับเปลี่ยนโลโก้ครั้งนี้ เนื่องจากครั้งแรกที่เปิดตัว ทีโอทีดำเนินงานเพียงรายเดียว แต่ขณะนี้มี บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class="  " src="http://a7.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash3/530370_385019638215200_100001215020384_1133281_1960234995_n.jpg" alt="" width="300" height="447" /><p class="wp-caption-text">โลโก้ ไอซีทีฟรีไวไฟ</p></div>
<p>ปรับโฉม โลโก้ โครงการ ไอซีที ฟรีไวไฟ จากเดิมสีฟ้าเป็นสีเขียว พร้อมเปลี่ยนเงื่อนไขการเข้าล็อกอินใช้งาน เริ่มใช้อย่างเป็นทางการสิ้นเดือน พ.ค.นี้&#8230;</p>
<p>เมื่อวันที่ 9 พ.ค. แหล่งข่าวจาก บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้ ทีโอที อยู่ระหว่างปรับโฉมโลโก้ใหม่ เปลี่ยนโลโก้ Free Wi-Fi ในโครงการ ไอซีทีฟรีไวไฟ จากเดิมสีฟ้าเป็นสีเขียว ของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที โดยจะเริ่มใช้อย่างเป็นทางการในสิ้นเดือน พ.ค.นี้</p>
<p>แหล่งข่าวทีโอที กล่าวต่อว่า ตามโครงการดังกล่าวกระทรวงไอซีทีตั้งเป้าติดตั้งทั้งหมด 1 แสนจุดทั่วประเทศ ภายในปี 2557 หรือ อีก 2 ปี ข้างหน้า ส่วนการปรับเปลี่ยนโลโก้ครั้งนี้ เนื่องจากครั้งแรกที่เปิดตัว ทีโอทีดำเนินงานเพียงรายเดียว แต่ขณะนี้มี บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด หรือ ปณท เข้ามาร่วมดำเนินงาน ตามจุดประสงค์ของกระทรวงไอซีทีด้วย จึงใช้สีเขียวเป็นสีโลโก้ ซึ่งหมายถึง กระทรวงไอซีที โดย กสท จะดูเรื่องระบบ แต่ ทีโอที ยังคงเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่อยู่ ส่วนไปรษณีย์จะดูเรื่องการติดตั้งสถานที่ <span id="more-1338"></span><br />
ส่วนการใช้งานนั้น จะยังคงพื้นที่สาธารณะในพื้นที่ชุมชน อาทิ ส่วนราชการ โรงพยาบาล ห้องสมุด สวนสาธารณะ พร้อมเปลี่ยนเงื่อนไข 1 ยูสเซอร์ที่ลงทะเบียนจากใช้ได้ครั้งละ 2 ชั่วโมง โดยไม่จำกัดปริมาณการใช้ต่อวัน<span style="color: #ff0000;"> เป็นใช้ได้ครั้ง 20 นาทีต่อการเชื่อมต่อ และจำกัดปริมาณการใช้วันละ 2 ชั่วโมง โดย 1 ยูสเซอร์ใช้ได้ 6 เดือน</span> และต้องลงทะเบียนใหม่</p>
<p>แหล่งข่าวทีโอที กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการนี้ หากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. เข้ามามีบทบาท และให้ความช่วยเหลือตามโครงการบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการ เพื่อสังคม หรือ USO ก็จะยิ่งช่วยให้การขับเคลื่อนโครงการ ไอซีที ฟรีไวไฟ สำเร็จและทั่วถึงเร็วขึ้น</p>
<p><span style="color: #888888;">อ้างอิงจากไทยรัฐออนไลน์</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.weeonline.in.th/wee4life/?feed=rss2&#038;p=1338</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>กล้วยป้องกันโรคเลือดออกในสมอง</title>
		<link>http://www.weeonline.in.th/wee4life/?p=1333</link>
		<comments>http://www.weeonline.in.th/wee4life/?p=1333#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 09 May 2012 14:05:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>weerasak</dc:creator>
				<category><![CDATA[สุขภาพชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeonline.in.th/wee4life/?p=1333</guid>
		<description><![CDATA[หมอเมืองผู้ดีอังกฤษและเมืองมะกะโรนี บอกแนะนำให้กินกล้วยหอมมื้อละ 1 ลูก วันละ 3 มื้อ จะช่วยป้องกันโรคเลือดออกในสมอง อันเป็นโรคที่อันตราย ทำให้เกิดความพิการ หรือเสียชีวิตได้ถึงร้อยละ 21 วารสาร วิชาการ“วิทยาลัยแพทย์โรคหัวใจอเมริกัน” รายงานว่า แพทย์มหาวิทยาลัยวอร์วิคของอังกฤษ และมหาวิทยาลัยเนเปิล แห่งอิตาลี ได้ร่วมกันศึกษา ทราบว่า หากกินกล้วยหอมวันละ 3 ลูก จะทำให้ร่างกายได้รับโปแตสเซียม วันละ 1,600 มิลลิกรัม จะลดโอกาสที่จะเกิดเลือดออกในสมอง ลงได้มากกว่า 1 ใน 5 กล้วยหอมแต่ละ ลูกจะมีโปแตสเซียม 500 มิลลิกรัม ซึ่งมีสรรพคุณลดความดันโลหิต และรักษาดุลของของเหลวในตัว หากร่างกายขาดโปแตสเซียมจะทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ กระวนกระวาย คลื่นเหียนอาเจียนและท้องร่วง นักวิจัยกล่าวว่า หากคนเรากินอาหารที่อุดมด้วยโปแตสเซียม เช่น ถั่ว ถั่วแขกชนิดเม็ดแดงและเหลือง นม ปลา และผักโขม ลดการกินเกลือให้น้อยลง จะป้องกันไม่ให้เป็นโรคเลือดออกในสมองกันได้ ปีหนึ่งๆ ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน. [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class=" " src="http://farm3.staticflickr.com/2404/2211130825_2d0c0d83a7_z.jpg" alt="" width="300" /><p class="wp-caption-text">ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต</p></div>
<p>หมอเมืองผู้ดีอังกฤษและเมืองมะกะโรนี บอกแนะนำให้กินกล้วยหอมมื้อละ 1 ลูก วันละ 3 มื้อ จะช่วยป้องกันโรคเลือดออกในสมอง อันเป็นโรคที่อันตราย ทำให้เกิดความพิการ หรือเสียชีวิตได้ถึงร้อยละ 21</p>
<p>วารสาร วิชาการ“วิทยาลัยแพทย์โรคหัวใจอเมริกัน” รายงานว่า แพทย์มหาวิทยาลัยวอร์วิคของอังกฤษ และมหาวิทยาลัยเนเปิล แห่งอิตาลี ได้ร่วมกันศึกษา ทราบว่า หากกินกล้วยหอมวันละ 3 ลูก จะทำให้ร่างกายได้รับโปแตสเซียม วันละ 1,600 มิลลิกรัม จะลดโอกาสที่จะเกิดเลือดออกในสมอง ลงได้มากกว่า 1 ใน 5</p>
<p>กล้วยหอมแต่ละ ลูกจะมีโปแตสเซียม 500 มิลลิกรัม ซึ่งมีสรรพคุณลดความดันโลหิต และรักษาดุลของของเหลวในตัว หากร่างกายขาดโปแตสเซียมจะทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ กระวนกระวาย คลื่นเหียนอาเจียนและท้องร่วง<span id="more-1333"></span></p>
<p>นักวิจัยกล่าวว่า หากคนเรากินอาหารที่อุดมด้วยโปแตสเซียม เช่น ถั่ว ถั่วแขกชนิดเม็ดแดงและเหลือง นม ปลา และผักโขม ลดการกินเกลือให้น้อยลง จะป้องกันไม่ให้เป็นโรคเลือดออกในสมองกันได้ ปีหนึ่งๆ ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านคน.</p>
<p><span style="color: #888888;">อ้างอิงจากไทยรัฐออนไลน์</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.weeonline.in.th/wee4life/?feed=rss2&#038;p=1333</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สายตาสั้นเพราะไม่ถูกแดด</title>
		<link>http://www.weeonline.in.th/wee4life/?p=1329</link>
		<comments>http://www.weeonline.in.th/wee4life/?p=1329#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 09 May 2012 14:00:23 +0000</pubDate>
		<dc:creator>weerasak</dc:creator>
				<category><![CDATA[สุขภาพชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeonline.in.th/wee4life/?p=1329</guid>
		<description><![CDATA[มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียศึกษาวิจัยพบว่า เด็กนักเรียนตามนครใหญ่ๆของเอเชีย พากันเป็นโรคสายตาสั้นกันมากถึงร้อยละ 90 เนื่องจากไม่ค่อยได้ถูกแดด มัวแต่คร่ำเคร่งกับตำราและจอคอมพิวเตอร์อยู่แต่ในร่ม วารสารการแพทย์ “แลนเซต” แจ้งว่า นักวิทยาศาสตร์เมืองจิงโจ้ เล่าว่า เด็กนักเรียนชั้นประถมของสิงคโปร์ พอโตขึ้นหน่อย จะพากันสายตาสั้นถึง 9 ใน 10 เพราะแต่ละวันได้ออกไปข้างนอก เพียงแค่ 30 นาทีเท่านั้น เมื่อเทียบกับเด็กออสเตรเลีย ที่ได้ออกไปตากแดดนานถึง 3 ชม. และแอฟริกาแทบจะไม่มีใครสายตาสั้นเลย เป็นที่เชื่อกันว่า แสงแดดจ้า จะช่วยกระตุ้นให้ผลิตสารโดพามีน ซึ่งช่วยป้องกันสายตาสั้น เพราะทำให้ลูกตาดำไม่ถูกยืดขยายจนเกินไป ทำแสงที่เข้าไปในตาผิดรูปไป เด็กตามเมืองใหญ่ของเอเชีย ที่เป็นสายตาสั้นกันมาก ได้แก่ เด็กตามเมืองในจีน ไต้หวัน ฮ่องกง ญี่ปุ่น สิงคโปร์และเกาหลีใต้ นัก วิจัยเอียน มอร์แกน  เผยว่า “สาเหตุใหญ่ที่เด็กในเอเชียตะวันออกพากันสายตาสั้นกันมาก เป็นเพราะสิ่งแวดล้อมไม่ใช่กรรมพันธุ์” และย้ำว่า ไม่ใช่เป็นเพราะเรียนหนัก แต่ควรออกมานอกบ้านนอกอาคารเสียบ้าง  มีเด็กคนอื่นถมถืดไปที่เรียนก็หนัก และเล่นหนักด้วยเหมือนกัน ก็ไม่เป็นอะไร. อ้างอิงจากไทยรัฐออนไลน์]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class=" " src="http://www.prlog.org/11677193-protect-childrens-eyes-come-sun-or-snow.jpg" alt="" width="300" /><p class="wp-caption-text">ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต</p></div>
<p>มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียศึกษาวิจัยพบว่า เด็กนักเรียนตามนครใหญ่ๆของเอเชีย พากันเป็นโรคสายตาสั้นกันมากถึงร้อยละ 90 เนื่องจากไม่ค่อยได้ถูกแดด มัวแต่คร่ำเคร่งกับตำราและจอคอมพิวเตอร์อยู่แต่ในร่ม</p>
<p>วารสารการแพทย์ “แลนเซต” แจ้งว่า นักวิทยาศาสตร์เมืองจิงโจ้ เล่าว่า เด็กนักเรียนชั้นประถมของสิงคโปร์ พอโตขึ้นหน่อย จะพากันสายตาสั้นถึง 9 ใน 10 เพราะแต่ละวันได้ออกไปข้างนอก เพียงแค่ 30 นาทีเท่านั้น เมื่อเทียบกับเด็กออสเตรเลีย ที่ได้ออกไปตากแดดนานถึง 3 ชม. และแอฟริกาแทบจะไม่มีใครสายตาสั้นเลย<span id="more-1329"></span><br />
เป็นที่เชื่อกันว่า แสงแดดจ้า จะช่วยกระตุ้นให้ผลิตสารโดพามีน ซึ่งช่วยป้องกันสายตาสั้น เพราะทำให้ลูกตาดำไม่ถูกยืดขยายจนเกินไป ทำแสงที่เข้าไปในตาผิดรูปไป เด็กตามเมืองใหญ่ของเอเชีย ที่เป็นสายตาสั้นกันมาก ได้แก่ เด็กตามเมืองในจีน ไต้หวัน ฮ่องกง ญี่ปุ่น สิงคโปร์และเกาหลีใต้</p>
<p>นัก วิจัยเอียน มอร์แกน  เผยว่า “สาเหตุใหญ่ที่เด็กในเอเชียตะวันออกพากันสายตาสั้นกันมาก เป็นเพราะสิ่งแวดล้อมไม่ใช่กรรมพันธุ์” และย้ำว่า ไม่ใช่เป็นเพราะเรียนหนัก แต่ควรออกมานอกบ้านนอกอาคารเสียบ้าง  มีเด็กคนอื่นถมถืดไปที่เรียนก็หนัก และเล่นหนักด้วยเหมือนกัน ก็ไม่เป็นอะไร.</p>
<p><span style="color: #888888;">อ้างอิงจากไทยรัฐออนไลน์</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.weeonline.in.th/wee4life/?feed=rss2&#038;p=1329</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แรงบันดาลใจจาก &#8220;ชายคนหนึ่งและหญิงคนหนึ่ง&#8221;</title>
		<link>http://www.weeonline.in.th/wee4life/?p=1318</link>
		<comments>http://www.weeonline.in.th/wee4life/?p=1318#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 28 Apr 2012 14:40:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>weerasak</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข้อคิดสะกิตชีวิต]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.weeonline.in.th/wee4life/?p=1318</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้พยายามจะหาเวลามาบ่นเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิต ไม่อยากจะทิ้งว่างไว้หลายวัน เพราะแต่ละวันจะมีความคิดเตือนใจตัวเองอยู่ตลอดเวลา เลยไม่อยากทิ้งความคิดในขณะนั้น เพราะเมือเวลาผ่านไปจะลืมเป็นลืมปกติ อย่างน้อยก็เอาไว้เตือนสติตัวเอง เคยอ่านเรื่องราวคำคม เกี่ยวกับแรงบันดาลจากคนที่ประสบสำเร็จที่ยังมีชีวิตอยู่และล่วงลับไปแล้ว ดังที่กล่าวไว้ว่า ชายคนหนึ่งเพิ่งจะมาพูดได้ตอน อายุ 4 ขวบ ชายคนนั้น&#8230;เพิ่งจะมาอ่านหนังสือออกตอนอายุ 8 ขวบ ชายคน นั้น&#8230;เคยถูกไล่ออกจากโรงเรียน ชายคนนั้น&#8230;เคยถูกปฎิเสธจากโรงเรียนอาชีวะแห่งซูริค ชายคนนั้น&#8230;เคยถูกอาจารย์ระบุว่า &#8220;สมองช้า  ไม่ชอบสังคมและล่องลอยอยู่ในความฝันอันโง่เขลาของตัว เองตลอดเวลา&#8221; ชายคน นั้น&#8230;ชื่อ &#8220;อัลเบิร์ต ไอสไตน์&#8221; บิดาแห่งปรมาณู ชายคนหนึ่งเคยถูก ปฎิเสธจากโรงเรียนเตรียมทหารเวสต์พอยต์ ชายคนนั้น&#8230;ลองสมัครใหม่ดูอีกที ชายคนนั้น&#8230;ถูกปฎิเสธอีกครั้งชายคนนั้น&#8230;พยายามเป็นครั้งที่สาม ชาย คนนั้น&#8230;ได้รับอนุญาตให้เข้าเรียน ชายคนนั้น&#8230;ได้เป็นทหารสมใจ ชาย คนนั้น&#8230;เข้าไปอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์สงครามโลก ครั้งที่สองได้สำเร็จ ชาย คนนั้น&#8230;ชื่อ &#8220;นายพล ดักลาส แมคอาเธอร์&#8220;  ผู้พิชิตแปซิฟิคแห่งสงครามโลกครั้งที่สอง ชายกลุ่มหนึ่ง&#8230;เป็นนักดนตรี ชายกลุ่มนั้น&#8230;เคยถูกปฎิเสธจากผู้บริหารคนหนึ่งจากบ ริษัทเดคคาเรคคอร์ติ้ง ชายกลุ่มนั้น&#8230;ถูกปฎิเสธด้วยเหตุผลที่ว่า  &#8220;เราไม่ชอบเสียงเพลงของพวกเขา  และกลุ่มนักดนตรีที่เล่นกีตาร์กำลังจะหมดสมัยแล้ว&#8221; ชายกลุ่มนั้น&#8230;มีนาม ว่า &#8220;เดอะ บีเทิลส์&#8221; สี่เต่าทองแห่งตำนาน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-caption alignleft" style="width: 310px"><img class=" " src="http://static.tlcdn2.com/data/8/pictures/0213/02-20-2012/p16md3oco284ccr21psm1s7g19nd3.jpg" alt="" width="300" /><p class="wp-caption-text">ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต</p></div>
<p>วันนี้พยายามจะหาเวลามาบ่นเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิต ไม่อยากจะทิ้งว่างไว้หลายวัน เพราะแต่ละวันจะมีความคิดเตือนใจตัวเองอยู่ตลอดเวลา เลยไม่อยากทิ้งความคิดในขณะนั้น เพราะเมือเวลาผ่านไปจะลืมเป็นลืมปกติ อย่างน้อยก็เอาไว้เตือนสติตัวเอง เคยอ่านเรื่องราวคำคม เกี่ยวกับแรงบันดาลจากคนที่ประสบสำเร็จที่ยังมีชีวิตอยู่และล่วงลับไปแล้ว ดังที่กล่าวไว้ว่า</p>
<p><span style="color: #993300;">ชายคนหนึ่งเพิ่งจะมาพูดได้ตอน อายุ 4 ขวบ</span><br />
<span style="color: #993300;">ชายคนนั้น&#8230;เพิ่งจะมาอ่านหนังสือออกตอนอายุ 8 ขวบ</span><br />
<span style="color: #993300;">ชายคน นั้น&#8230;เคยถูกไล่ออกจากโรงเรียน</span><br />
<span style="color: #993300;">ชายคนนั้น&#8230;เคยถูกปฎิเสธจากโรงเรียนอาชีวะแห่งซูริค</span><br />
<span style="color: #993300;">ชายคนนั้น&#8230;เคยถูกอาจารย์ระบุว่า &#8220;สมองช้า  ไม่ชอบสังคมและล่องลอยอยู่ในความฝันอันโง่เขลาของตัว เองตลอดเวลา&#8221;</span><br />
<span style="color: #993300;">ชายคน นั้น&#8230;ชื่อ &#8220;<strong><span style="text-decoration: underline;">อัลเบิร์ต ไอสไตน์</span></strong>&#8221; บิดาแห่งปรมาณู</span></p>
<p><span style="color: #008080;">ชายคนหนึ่งเคยถูก ปฎิเสธจากโรงเรียนเตรียมทหารเวสต์พอยต์</span><br />
<span style="color: #008080;">ชายคนนั้น&#8230;ลองสมัครใหม่ดูอีกที</span><br />
<span style="color: #008080;">ชายคนนั้น&#8230;ถูกปฎิเสธอีกครั้ง</span><span id="more-1318"></span><span style="color: #008080;">ชายคนนั้น&#8230;พยายามเป็นครั้งที่สาม</span><br />
<span style="color: #008080;">ชาย คนนั้น&#8230;ได้รับอนุญาตให้เข้าเรียน</span><br />
<span style="color: #008080;">ชายคนนั้น&#8230;ได้เป็นทหารสมใจ</span><br />
<span style="color: #008080;">ชาย คนนั้น&#8230;เข้าไปอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์สงครามโลก ครั้งที่สองได้สำเร็จ</span><br />
<span style="color: #008080;">ชาย คนนั้น&#8230;ชื่อ &#8220;<strong><span style="text-decoration: underline;">นายพล ดักลาส แมคอาเธอร์</span></strong>&#8220;  ผู้พิชิตแปซิฟิคแห่งสงครามโลกครั้งที่สอง</span></p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 236px"><img src="http://www.pattanakit.net/images/column_1218259515/Douglas_Macarthur.jpg" alt="" width="226" height="300" /><p class="wp-caption-text">นายพล ดักลาส แมคอาเธอร์</p></div>
<p>ชายกลุ่มหนึ่ง&#8230;เป็นนักดนตรี<br />
ชายกลุ่มนั้น&#8230;เคยถูกปฎิเสธจากผู้บริหารคนหนึ่งจากบ ริษัทเดคคาเรคคอร์ติ้ง<br />
ชายกลุ่มนั้น&#8230;ถูกปฎิเสธด้วยเหตุผลที่ว่า  &#8220;เราไม่ชอบเสียงเพลงของพวกเขา  และกลุ่มนักดนตรีที่เล่นกีตาร์กำลังจะหมดสมัยแล้ว&#8221;<br />
ชายกลุ่มนั้น&#8230;มีนาม ว่า &#8220;<span style="text-decoration: underline;"><strong>เดอะ บีเทิลส์</strong></span>&#8221; สี่เต่าทองแห่งตำนาน</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 210px"><img src="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/th/thumb/6/6b/Beatlessullivantogether.jpg/200px-Beatlessullivantogether.jpg" alt="" width="200" height="171" /><p class="wp-caption-text">เดอะ บีเทิลส์</p></div>
<p><span style="color: #ff6600;">ชายคนหนึ่ง&#8230;เป็นนักกีฬา</span><br />
<span style="color: #ff6600;">ชาย คนนั้น&#8230;เล่นบาสเกตบอลให้กับทีมโรงเรียนมัธยม</span><br />
<span style="color: #ff6600;">ชายคนนั้น&#8230;เคยถูกคัดออก จากทีมโรงเรียน</span><br />
<span style="color: #ff6600;">ชายคนนั้น&#8230;ชื่อ &#8220;<span style="text-decoration: underline;"><strong>ไมเคิล จอร์แดน</strong></span>&#8220;  หนึ่งในนักกีฬาบาสเกตบอลที่ทำเงินมากที่สุดในโลก</span></p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 280px"><img src="http://www.jazzz-benn.ob.tc/image/551000009384101.jpg" alt="" width="270" height="400" /><p class="wp-caption-text">ไมเคิล จอร์แดน</p></div>
<p><span style="color: #ff00ff;">ชายคนหนึ่ง&#8230;เป็น นักแต่งเพลงชาวเยอรมัน</span><br />
<span style="color: #ff00ff;">ชายคนนั้น&#8230;สูญเสียความสามารถในการฟังลงเรื่อยๆ</span><br />
<span style="color: #ff00ff;">ชาย คนนั้น&#8230;หูหนวกสนิทเมื่อมีอายุได้ 46 ปี</span><br />
<span style="color: #ff00ff;">ชายคนนั้น&#8230;ได้ใช้ช่วงเวลา บั้นปลายชีวิตประพันธ์เพล งที่ยอดเยี่ยมที่สุด</span><br />
<span style="color: #ff00ff;">ชายคนนั้น&#8230;ชื่อ &#8220;<span style="text-decoration: underline;"><strong>ลุดวิก  ฟาน บีโธเฟน</strong></span>&#8221; นักประพันธ์เพลงชื่อก้องโลก</span></p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 260px"><img src="http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/thumb/6/6f/Beethoven.jpg/250px-Beethoven.jpg" alt="" width="250" height="301" /><p class="wp-caption-text">ลุดวิก ฟาน บีโธเฟน</p></div>
<p><span style="color: #008000;">ชายคนหนึ่งสอบตกประถม 6</span><br />
<span style="color: #008000;">ชาย คนนั้น&#8230;เคยมีชีวิตที่พ่ายแพ้และล้มเหลวมาตลอด</span><br />
<span style="color: #008000;">ชายคนนั้น&#8230;ล้วนทำ ประโยชน์ครั้งใหญ่ๆเมื่อเขากลายเป็นผู้สูงอายุแล้ว</span><br />
<span style="color: #008000;">ชายคนนั้น&#8230;ได้เป็น นายกรัฐมนตรีอังกฤษเมื่ออายุ 62 ปี</span><br />
<span style="color: #008000;">ชายคนนั้น&#8230;ชื่อ &#8220;<span style="text-decoration: underline;"><strong>วินสตัน เชอร์ชิล</strong></span>&#8220;  อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษ</span></p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 225px"><img src="http://www.pattanakit.net/images/column_1218259515/winston_churchill.jpg" alt="" width="215" height="208" /><p class="wp-caption-text">วินสตัน เชอร์ชิล</p></div>
<p><span style="color: #ff0000;">ชายคนหนึ่งเรียนปริญญาตรี</span><br />
<span style="color: #ff0000;">ชายคนนั้น &#8230;เคยถูกจัดให้เป็นแค่นักศึกษาระดับกลางเท่านั้น</span><br />
<span style="color: #ff0000;">ชายคนนั้น&#8230;เคยสอบ ได้อันดับที่ 15 จากนักศึกษา 22 คนในวิชาเคมี</span><br />
<span style="color: #ff0000;">ชายคนนั้น&#8230;ชื่อ &#8220;<span style="text-decoration: underline;"><strong>หลุยส์  ปาสเตอร์</strong></span>&#8221; <span style="color: #333399; font-family: Courier New; font-size: small;"><span style="color: #cc3300;"><span style="color: #333399;">ผู้ค้นพบวัคซีนในการรักษาโรคพิษสุนัขบ้า</span></span></span><br />
</span></p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 268px"><img src="http://t1.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcT4Xr95FHmRvDyTZjPjrm3zmXSdSi1piH2Rs09adAwvOA7I9x7IgmIo9v26vw" alt="" width="258" height="195" /><p class="wp-caption-text">หลุยส์ ปาสเตอร์</p></div>
<p><span style="color: #993300;">ชายคนหนึ่งเป็นนักร้อง</span><br />
<span style="color: #993300;">ชายคนนั้น&#8230;เคยถูกผู้จัดการของ  แกรนด์โอเลโอเพรย์ไล่ออก</span><br />
<span style="color: #993300;">ชายคนนั้น&#8230;เคยโดนดูถูกว่า  &#8220;แกมันไปไม่ถึงไหนเลย แกควรกลับไปขับรถบรรทุกมากกว่า&#8221;</span><br />
<span style="color: #993300;">ชายคนนั้น&#8230;ชื่อ  &#8220;<strong><span style="text-decoration: underline;">เอลวิส เพรสลีย์</span></strong>&#8220;</span></p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 330px"><img src="http://4.bp.blogspot.com/_-pMEaaiAkYY/TJ9KAR8haHI/AAAAAAAAABw/H4Anck75G3g/s1600/ElvisPresley.jpg" alt="" width="320" height="503" /><p class="wp-caption-text">เอลวิส เพรสลีย์</p></div>
<p><span style="color: #ffcc00;">หญิงคนหนึ่งเป็นนางแบบผู้เปี่ยมไปด้วยความหวัง</span><br />
<span style="color: #ffcc00;">หญิง คนนั้น&#8230;ทำงานให้กับบริษัทบลูบุ๊คโมเดลลิ่งเอเจ นซี่</span><br />
<span style="color: #ffcc00;">หญิงคนนั้น&#8230;เคย โดนผู้อำนวยการบริษัท บลูบุ๊คโมเดลลิ่งเอเจนซี่ดูถูกว่า  &#8220;เธอควรไปเรียนด้านเลขาฯ หรือไม่ก็แต่งงานเสียดีกว่า&#8221;</span><br />
<span style="color: #ffcc00;">หญิงคนนั้น&#8230;ชื่อ  นอร์มา จีน เบเกอร์ หรือที่รู้จักกันในนาม &#8220;<span style="text-decoration: underline;"><strong>มาริลีน มอนโร</strong></span>&#8221; นั่นเอง</span></p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 360px"><img src="http://image.ohozaa.com/i2/marilynmonroe0021.jpg" alt="" width="350" height="450" /><p class="wp-caption-text">มาริลีน มอนโร</p></div>
<p><span style="color: #003366;">ชาย คนหนึ่ง หลงใหลวิชาการเงินอย่างมาก</span><br />
<span style="color: #003366;">ชายคนนั้น&#8230;ยื่นใบสมัครกับ มหาวิทยาลัยธุรกิจฮาวาร์ด อันเลื่องชื่อ</span><br />
<span style="color: #003366;">ชายคนนั้น&#8230;ถูกปฎิเสธในเวลาต่อ มา</span><br />
<span style="color: #003366;">ชายคนนั้น&#8230;ไม่ยอมแพ้  เดินหน้าเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยธุรกิจโคลัมเบีย</span><br />
<span style="color: #003366;">ชายคนนั้น&#8230;สำเร็จการ ศึกษา</span><br />
<span style="color: #003366;">ชายคนนั้น&#8230;ปัจจุบันมีสินทรัพย์รวมกว่า 44,000 ล้านเหรียญสหรัฐ  จากเงินลงทุนเพียง 100 เหรียญสหรัฐ</span><br />
<span style="color: #003366;">ชายคนนั้น&#8230;ชื่อ &#8220;<span style="text-decoration: underline;"><strong>วอเรน บัฟเฟตต์</strong></span>&#8220;  นักลงทุนอัจฉริยะ อภิมหาเศรษฐีอันดับสองของโลก</span></p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 460px"><img src="http://1.bp.blogspot.com/_iF_toF3cGpM/TLEtqiWn1MI/AAAAAAAAA28/7Hp79KKesOU/s1600/warren-buffett-tips-for-getting-rich.jpg" alt="" width="450" height="360" /><p class="wp-caption-text">วอเรน บัฟเฟตต์</p></div>
<p><span style="color: #ff6600;">ชายคนหนึ่ง  หลงใหลในคอมพิวเตอร์อย่างมาก</span><br />
<span style="color: #ff6600;">ชายคนนั้น&#8230;ชอบหมกตัวกับคอมพิวเตอร์เป็น เวลานานๆ</span><br />
<span style="color: #ff6600;">ชายคนนั้น&#8230;ถูกเพื่อนมองว่า &#8220;สกปรก &#8211; บ้าคอมพิวเตอร์&#8221;</span><br />
<span style="color: #ff6600;">ชาย คนนั้น&#8230;เคยเสนอซอฟแวร์ระบบให้กับ แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์</span><br />
<span style="color: #ff6600;">ชายคนนั้น &#8230;ถูกปฎิเสธอย่างไม่ใยดี</span><br />
<span style="color: #ff6600;">ชายคนนั้น&#8230;ปัจจุบันคือผู้ให้การช่วยเหลือ ด้านเงินทุนกับ แอปเปิ้ล คอมพิวเตอร์</span><br />
<span style="color: #ff6600;">ชายคนนั้น&#8230;เคยถูก ไอบีเอ็ม  มองว่า &#8220;แค่เด็ก&#8221;</span><br />
<span style="color: #ff6600;">ชายคนนั้น&#8230;ปัจจุบันเป็นผู้นำบริษัทซอฟแวร์ที่ทรงอิ ทธิพลมากที่สุดในโลก</span><br />
<span style="color: #ff6600;">ชายคนนั้น&#8230;ชื่อ วิลเลี่ ยม เฮนรี่ เกตส์ ที่สาม  หรือที่รู้จักกันในนาม &#8220;<strong><span style="text-decoration: underline;">บิลล์ เกตส์</span></strong>&#8221; ผู้ก่อตั้งไมโครซอฟต์  มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลก ผู้ถือครองสินทรัพย์กว่า 46,000 ล้านเหรียญ</span></p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 200px"><img src="http://t0.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcT0H7SxO8TGn0w7dyCfrogRR0S17GfneiDKj4U8Yc7TcmyATsHrl-XXbGu0FA" alt="" width="190" height="252" /><p class="wp-caption-text">บิลล์ เกตส์</p></div>
<p>ข้อความข้างต้นไปคัดลอกเข้ามานะครับ แต่ก็อยากจะเขียนเองเหมือนกัน<br />
และชายอีกคนที่ผมอยากจะกล่าวถึงในตอนนี้ คือ <span style="text-decoration: underline;"><span style="color: #000080; text-decoration: underline;"><strong>สติฟ จ๊อบ</strong></span></span> ซึ่งก็อยากจะเขียนเป็นข้อความข้างต้นเช่นกัน ผมขอเขียนถึงเขาในความคิดของผมแล้วกัน</p>
<p><span style="color: #ff0000;">&#8220;ชายคนหนึ่ง&#8230;ที่เกิดมาจากแม่ ที่ไม่พร้อมที่จะมีบุตร</span><br />
<span style="color: #ff0000;">ชายคนนั้น&#8230;ลาออกจากมหาวิทยาลัยหลังเข้าเรียนไปได้เพียง  6 เดือน</span><br />
<span style="color: #ff0000;">ชายคนนั้น&#8230;เติบโตมากับพ่อแม่บุญธรรมที่ขายแรงงานเพื่อเลี้ยงดูแลเขา</span><br />
<span style="color: #ff0000;">ชายคนนั้น&#8230;ต้องอาศัยนอนในห้องเพื่อน  และเก็บกระป๋องไปแลกเงินเพื่อซื้ออาหาร</span><br />
<span style="color: #ff0000;">ชายคนนั้น&#8230;หมดอะไรตายอยากถึง 5 ปีเต็ม</span><br />
<span style="color: #ff0000;">ชายคนนั้น&#8230;ถูกไล่ออกจากบริษัทที่เขาเป็นผู้ก่อตั้งเองกับมือ</span><br />
<span style="color: #ff0000;">ชายคนนั้น&#8230;พบว่าเขาเป็นโรคมะเร็งในตับอ่อนชนิดที่รักษาไม่ได้ </span><br />
<span style="color: #ff0000;">ชายคนนั้น&#8230;เชื่อว่าความตายคือประดิษฐกรรมที่ดีที่สุดของชีวิต ความตายคือสิ่งที่เปลี่ยนแปลงชีวิต ความตายกวาดล้างสิ่งเก่าๆ ให้หมดไปเพื่อเปิดทางใหม่แก่สิ่งใหม่ๆ ในชีวิต</span><br />
<span style="color: #ff0000;">และชายคนนั้น&#8230;คือคนที่กล้าเปลี่ยนแปลงโลกทางด้านเทคโนโลยี</span><br />
<span style="color: #ff0000;">ชายคนนั้น&#8230;มีชื่อว่า &#8220;<span style="color: #003366;">สติฟ จ๊อบ</span>&#8221; ผู้ก่อตั้งบริษัทแอปเปิ้ล</span></p>
<p><img class="alignnone" src="http://www.pruksakit.com/wp-content/uploads/2011/10/jobs3.jpg" alt="" width="421" height="560" /></p>
<p><span style="color: #000080;">หลังจากนี้คนคำว่า ชายคนนั้น หญิงคนนั้น อาจะเป็นคุณหรือผมก็ได้ เพราะทุกคนมีเรื่องราวในชีวิตที่ต่างกันและเรื่องราวทั้งหมดก็ล้วนแต่เป็นแรงบันดาลใจทั้งสิ้น</span></p>
<p style="text-align: right;">#Wee.patthaburee</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.weeonline.in.th/wee4life/?feed=rss2&#038;p=1318</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

