3d-abstract_other_mind-boosters_51477

ก่อนที่จะเริ่มเขียนบทความสะสมงานเรื่องอื่นๆ ก็ขอเขียนเรื่องใกล้ตัวก่อน หลังจากที่ได้ผ่านวันทำงานในแต่ละภาระหน้าที่ผ่านพ้นไปบ้างแล้ว ก็ต้องหาวันเวลาสำหรับการหยุดพักผ่อนบ้าง โดยปกติมันง่ายมากสำหรับวันที่ทำงาน เพราะทำงานทุกวันไม่มีวันหยุดอยู่แล้ว แต่ที่แสนยากก็คือหาเวลาพักผ่อน (ยังไม่ได้หาวันนะ เพียงแต่หาเวลาก็ยากแล้ว) ช่วงสัปดาห์นี้ก็พอได้มีวันหยุดพักผ่อนบ้าง และในวันนี้ก็เป็นวันหยุดราชการ เนื่องในวันวันมาฆะบูชา และก็เหลือบไปเห็นวันในปฏิทิน เห็นเลขคู่กันพอดีคือ วันที่ 22 เดือน 2 ก็เลยเริ่มเขียนบทความเก็บไว้เป็นความทรงจำ (ก็เท่านั้น)

วันมาฆบูชา ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๓ จำได้ว่าเมื่อก่อนที่เพิ่งเริ่มเขียนบทความใหม่ๆ แทบจะเขียนได้ทุกวัน เพราะทุกวันเป็นวันสำคัญหมด แต่เมื่อวานผ่านไปด้วยภาระงาน หน้าที่ และเรื่องราวในชีวิตมากขึ้น กลับหาเวลาเขียนไม่ได้เลย อยากจะเขียนทุกวันแหละครับ แต่ด้วยที่ต้องใช้พลังจินตนาการมากในการเขียน เลยเหนื่อย ไม่มีอารมณ์เขียน

ผมอ่านเจอในบทควาททั่วไปว่า “การเขียนบันทึก เป็นการพัฒนาสมองอย่างหนึ่ง” และหลายเรื่องราวที่มีคนกล่าวไว้ การได้จดบันทึกทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง สำหรับผมก็เป็นการเตือนสติตัวเอง บางครั้งก็เป็นการสร้างพลังใจให้กับตัวเอง ด้วยเพราะหาผู้คนที่จะเป็นผู้รับฟัง ยากมาก มีแต่ผู้คนที่จะคุยเรื่องตนเอง จนลืมไปว่าบางครั้งเราก็ควรเป็นผู้ฟังด้วย หลายคนหายเครียดจากการได้ระบบ เพราะมีผู้ฟัง แต่ใครละจะมาทนฟังเรื่องของคนอื่นมากมาย ด้วยเพราะเรื่องของตนเองก็มีมากพออยู่แล้ว (ใช่ไหมครับ)

ความคิดของผมไปรวดเร็วจนมือพิมพ์ไม่ทันกับที่คิด หรือพูด เลยมีพิมพ์ผิดบ้าง ไม่เข้าใจ (อันนี้ผมต้องพยามฝึก ให้มีสติ คิดเร็วเกิดไป ก็ทำให้ขาดสติได้ อิอิ)

หลังจากที่ฝึกพูดคิดกับตัวเอง ในช่วงที่เจอปัญหามากมาย กลับทำให้รู้สึกว่า “คนที่รับฟังเราได้ดีที่สุด ก็คือ ตัวเราเอง” แต่ก็ใช่ว่าจะแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง เราควรที่จะเปิดใจพูดคุยกับคนอื่นด้วย เพราะคนเหล่านั้นเค้าผ่านประสบการ์มาก่อน แต่ก็ สุดท้าย “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน”

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

เนื่องในวันนี้เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันหนึ่ง ก็ไม่มีอะไรพิเศษมากมาย เพราะทุกอย่างอยู่ที่ “ใจ” ของเราเองว่าจะทำอย่างไรให้อยู่ในสังคมปัจจุบันได้อย่างสงบสุข โดยไม่ให้ผู้อื่นเดือนร้อน สามารถเข้าใจและอยู่กับปัญหาที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบันได้ ซึ่งก็คงต้องนำ หลักการ 3 ประการ อุดมการณ์ 4 ข้อ และ วิธีการ 6 วิธี มาเป็นตัวดำเนินชีวิต นั้นคือ

หลักการ 3  ประการ ได้แก่

1. การไม่ทำบาปทั้งปวง ได้แก่ การงดเว้น การลด ละเลิก ทำบาปทั้งปวง อันเป็น ความชั่วทางกาย ทางวาจา และทางใจ

ความชั่วทางกาย ได้แก่ การฆ่าสัตว์ การลักทรัพย์ การประพฤติ ผิดในกาม

ความชั่วทางวาจา ได้แก่ การพูดเท็จ การพูดส่อเสียด การพูดเพ้อเจ้อ

ความชั่วทางใจ ได้แก่ การอยากได้สมบัติของผู้อื่น การผูกพยาบาท และความเห็นผิดจากทำนองคลองธรรม

2. การทำกุศลให้ถึงพร้อม ได้แก่ การทำความดีทุกอย่าง อันเป็นความดีทางกาย ทางวาจาและทางใจ

ความดีทางกาย ได้แก่ การไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ทำร้ายเบียดเบียนผู้อื่นมีแต่ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน การไม่ถือเอาสิ่งของที่เจ้าของเขาไม่ได้ให้ มาเป็นของตน มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และการไม่ประพฤติผิดในกาม

การทำความดีทางวาจา ได้แก่ การไม่พูดเท็จ ไม่พูดส่อเสียด ไม่พูดคำหยาบ และไม่พูดเพ้อเจ้อพูดแต่คำจริง พูดคำอ่อนหวานพูดคำให้เกิดความสามัคคีและพูดถูกกาลเทศะ

การทำความดีทางใจ ได้แก่ การไม่โลภอยากได้ของของผู้อื่นมีแต่คิดเสียสละ การไม่ผูกอาฆาตพยาบาทมีแต่คิดเมตตาและ ปราถนาดีและมีความเห็นความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ตามทำนองคลองธรรม เช่น เห็นว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

3. การทำจิตให้ผ่องใส ได้แก่ การทำจิตของตนให้ผ่องใส  ละบาปทั้งปวง

อุดมการณ์ 4  ข้อ ได้แก่

1. ความอดทน ได้แก่ ความอดกลั้น ไม่ทำบาปทั้งทางกาย วาจา ใจ
2. ความไม่เบียดเบียน ได้แก่ การงดเว้นจากการทำร้าย รบกวน หรือ เบียดเบียนผู้ อื่น
3. ความสงบ ได้แก่ ปฏิบัติตนให้สงบทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ
4. การดับทุกข์ ได้แก่ การดำเนินชีวิตอย่างมีสติ เข้าใจเหตุแห่งทุกข์

วิธีการ 6 วิธี ได้แก่

1. ไม่ว่าร้าย ได้แก่ ไม่กล่าวให้ร้ายหรือ กล่าวโจมตีใคร
2. ไม่ทำร้าย ได้แก่ ไม่เบียดเบียนผู้อื่น
3. มีความสำรวม ได้แก่ ความเคารพระเบียบวินัย กฎกติกา กฎหมาย รวมทั้งขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีของสังคม
4. รู้จักประมาณ ได้แก่ รู้จักความพอดีในการบริโภคอาหารหรือการใช้สอยสิ่งต่าง ๆ
5. อยู่ในสถานที่ที่สงัด ได้แก่ อยู่ในสถานที่สงบมีสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม
6. ฝึกหัดจิตใจให้สงบ ได้แก่ ฝึกหัดชำระจิตให้สงบมีสุขภาพคุณภาพและประสิทธิภาพที่ดี

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

*หมายเหตุทั้งหมดที่กล่าวมา อาจมีบางหัวข้อปรับชื่อให้อ่านและเข้าใจง่าย ตามความเข้าใจของผม (ไม่ได้เขียนเป็นทางการ จุดมุ่งหมายเพียงเพื่อช่วยให้เกิดสิ่งดีๆ ในตนเองก็เท่านั้น ไม่ได้เขียนเพื่อให้ใครเชื่อ แต่เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และพูดคุย กลางในสังคมยุคปัจจุบัน ที่ทุกคนอยู่พบพื้นฐานแห่งความแตกต่าง แต่คิดว่าคงมีเป้าหมายสูงสุดในชีวิตเดียวกัน คือ ความสุขทางกายและใจ…)

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

ลืมไป ทุกครั้งที่เขียนบทความก็ต้องมีเพลงประกอบ เพื่อให้ปรับอารมณ์รู้สึกสบาย (แล้วจะหาเพลงอะไรใส่บทความนี้ดี) 

อืมมม. ค้นหาเพลงหลายสไตล์ อยู่กว่าครึ่งชั่วโมง สรุปเอาเนื้อเพลง Timber ที่เคยชอบในทำนอง Country มาร้องในทำนอง Jazz ดูบ้างแล้วกันครับ

จุดมุ่งหมาย : เขียนเพื่อได้ผ่อนคลายบ้าง และเกิดสติในขณะที่มุ่งที่จะทำเรื่องใดเรื่องหนึ่ง (ไม่ให้ฟุ้งซ้าน อิอิ)

แสดงความคิดผ่าน Facebook