วันนี้ขึ้น 15 ค่ำ เห็นพระจันทร์เต็มดวง ขณะขับรถไปซื้ออาหารเย็น (ข้าวกล่อง…อิอิ) เหลือบไปเห็นสีของดวงจันทร์สว่างเหลือง เต็มดวง สวยงามมาก ความคิดแว็บขึ้นมา ให้ทำใจกับการใช้ชีวิตที่ผ่านมา ที่พยามจะทำอะไรให้ดีที่สุดทุกอย่าง จนกระทั่งตัวเองหรือรู้สึกทำจนเหนื่อย แต่ผลที่ออกมากลับตรงกันข้าม จนถึงขณะนี้ก็ยังพยายามจะทำอะไรให้สมบูรณ์แบบอยู่ตลอด เหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น มันเลยสอนให้รู้จักความไม่สมบูรณ์ ไม่สมหวังตลอดเวลา และหลังจากก็น่าจะทำใจได้แล้ว

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

เห็นวงการศึกษาไทย ไม่ว่าจะพูดอะไร จะกล่าวอะไร หรือทำอะไร มักอยู่แต่ในกรอบ คิดอะไรที่สร้างสรรค์หรือแปลกใหม่ กลับมองเป็นเรื่องไกลตัว และไม่มีหลักฐานหรือทฤษฎีรองรับ เลยรู้สึก ทำให้เห็นอะไรแคบๆ ทำให้ไม่มันอยากจะไปคิดอะไรให้มากมาย (ซะอย่างนั้น)

แต่ผมเชื่อว่าในชีวิต คงไม่มีทฤษฎี ฉะนั้นเลยคิด ทฤษฎีชีวิต เพื่อเตือนสติให้รู้จักใช้ชีวิต หรือสร้างกำลังใจดีกว่า วันนี้เลยนำเสนอ ทฤษฎีชีวิต “ทฤษฎีพระจันทร์เต็มดวง” เพราะเมื่อเห็นดวงจันทร์เต็มดวงแล้ว รู้สึกสบายใจ แต่พระจันทร์ไม่ได้เต็มดวงทุกวัน เพียงแค่ขึ้น 15 ค่ำ จะเต็มดวง วันที่เหลือก็ข้างขึ้นและข้างแรม นี่คือธรรมชาติสร้างมา ดังนี้ชีวิตเราก็เช่นกัน ไม่มีทางที่จะทำอะไรให้สมบูรณ์ถูกต้อง ดีที่สุดได้ตลอดเวลา มีสุขบ้าง ทุกข์บ้าง สำเร็จบ้าง ล้มเหลวบ้าง ก็เปรียบเสมือนข้างขึ้น ข้างแรม นั่นเอง 

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

คิดอย่างนี้ เลยทำใจได้ ว่าหลังจากนี้อาจต้องมีอะไรที่ทำแล้วไม่สมบูรณ์บ้าง ดัง พระจันทร์เต็มดวง ที่เต็มดวงเพียงครั้งเดียวในรอบเดือน.

แสดงความคิดผ่าน Facebook